Archive for ‘Lao PDR’

July 24, 2014

China’s EximBank Suspends Loans For Roads, Bridges in Laos

China’s EximBank Suspends Loans For Roads, Bridges in Laos

2014-07-22

Click on the link to get more news and video from original source:  http://www.rfa.org/english/news/laos/investment-07222014194926.html

Chinese President Xi Jinping (R) greets Laotian Prime Minister Thongsing Thammavong before talks in Beijing, April 11, 2014.

Export-Import Bank of China (EximBank), the official export credit agency of the Chinese government, has suspended loans for infrastructure and construction projects in Laos, saying it would prefer to only finance mining and hydro-power ventures, according to Lao sources.

The move is seen by some as an indication of Beijing’s concern over its neighboring communist ally’s ability to repay loans for such projects as roads and bridges in the absence of immediate guarantees.

In the mining sector, for example, natural resources act as ready collateral.

EximBank, a top financier of projects that have been awarded to Chinese companies, conveyed the decision on the suspension of loans to the Lao government recently, the sources said.

Last month, the Laos-China Cooperation Commission, an agency under the Lao Ministry of Planning and Investment which manages bilateral relations, explained in a note to the Lao Ministry of Public Works and Transport the reasons behind EximBank’s decision.

The bank said it would only support projects in the mining and hydro-power sectors “that give maximum economic results,” according to the notice by the commission, one source told RFA’s Lao Service.

Nine projects shelved

The notice resulted in the Ministry of Public Works and Transport suspending nine road and bridge projects in the country that were linked to Chinese firms with potential financing from EximBank.

A commission official confirmed with RFA that the Chinese bank had suspended the loans but refused to provide details.

But Santisouk Simmalavong, the head of the Ministry of Public Works and Transport, sounded uncertain when asked to comment on the issue.

“It is not clear yet,” he said. “We have to wait and see. We do not know.”

He also said he was in the dark about the ministry’s order to halt the nine projects.

Lao news reports have said that the country has great potential for development of the hydro-power and mining sectors but faces a shortage of financial and engineering companies investing in such areas.

China is the top investor in Laos and most of its money has been pumped into the mining and hydro-power sectors. But it is not financing any of the two controversial dams in Laos— the Xayaburi and Don Sahong dams.

Rail project

It is not clear whether EximBank’s decision might also impact the planned U.S. $7.2-billion rail project linking the Lao capital Vientiane to southwestern China. Laos is banking on a Chinese loan for the ambitious project.

“If the bank is going to suspend loans to smaller projects such as road and bridge projects, the assumption is that it would also not finance the mammoth rail project,” one source said.

During Lao Prime Minister Thongsing Thammavong’s April visit to China, the two sides agreed that the railway project was crucial to boosting economic and trade cooperation and vowed to look for an “effective method of cooperation” on the project.

Reported by Ounkeo Souksavanh for RFA’s Lao Service. Translated by Ounkeo Souksavanh. Written in English by Parameswaran Ponnudurai.

July 16, 2014

โครงการเขื่อนกั้นลำน้ำโขงที่ “สีพันดอน” เมืองโขง แขวงจำปาสัก

ประเทศเพื่อนบ้าน

เขื่อน”ซีพี”

By on 9 กรกฎาคม, 2014

Click on the link to get more news and video from original source:  http://transbordernews.in.th/home/?p=4770

image

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ทยอยดำเนินแผนงานก่อสร้างเขื่อนทั่วประเทศทั้งหมด 5 กลุ่ม จำนวนทั้งสิ้น 92 โครงการไปเรื่อยๆ ตามเป้าหมาย “แบตเตอรี่แห่งอุษาคเนย์”

ไม่สนใจว่า เขื่อนจะทำลายล้างวิถีชีวิตคน ชุมชน และแหล่งอาหารโลกอย่างไร

จนเมื่อผมมีโอกาสไปเก็บข้อมูลวิถีชีวิตชาวประมงที่ “สีพันดอน” เมืองโขง แขวงจำปาสักอีกครั้งสัปดาห์ก่อน ตามคำชวนของโครงการพัฒนาทักษะการสื่อสาร ประเด็นสร้างเสริมสุขภาวะในพื้นที่พรมแดน

ขากลับมีโอกาสแวะสังเกตการณ์พื้นที่ก่อสร้างหนึ่งใน 92 โครงการ ความน่าสนใจอย่างยิ่งไม่เพียงเพราะกั้นแม่น้ำโขงเท่านั้น แต่ความน่าสนใจยังอยู่ตรงชื่อเจ้าของโครงการคือ “บริษัท เจริญเอ็นเนอร์ยี แอนด์ วอเทอร์ เอเชีย จำกัด” หนึ่งในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี)

ถือเป็นครั้งแรกที่ซีพีหันมาเอาดีทางธุรกิจพลังงาน หลังจากเข้าไปทำธุรกิจและอุตสาหกรรมการเกษตรในลาวมานานเกิน 20 ปี

ไม่กี่สัปดาห์ก่อน เจ้าหน้าที่บริษัทยกทีมลงพื้นที่หมู่บ้าน 4 แห่งบริเวณหัวงานสร้างเขื่อน พูดแบบสุภาพคือเก็บข้อมูล แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านในข้อดี และประโยชน์โครงการ

พูดอย่างหยาบคายคือ เป็นหนึ่งในแผนเตรียมการอพยพ 4 หมู่บ้าน ราว 1,000 หลังคาเรือนออกไปอยู่พื้นที่อื่น

เขื่อนแห่งนี้ชื่อ “เขื่อนภูงอย” (Phou Ngoy) มีกำลังผลิตไฟฟ้า 651 เมกะวัตต์ สร้างกั้นลำน้ำโขงที่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก จัดอยู่ในกลุ่มลงนามสัญญาข้อตกลงเพื่อการพัฒนาโครงการ (Project Development Agreement) แล้วเมื่อปี 2553 ลาวให้เวลาศึกษาความเป็นไปได้ในทางเศรษฐกิจ วิชาการ สิ่งแวดล้อม และสังคมจนถึงปี 2561

ย้อนกลับไปปี 2551 ชัชวาล เจียรวนนท์ ประธานบริษัท เจริญเอ็นเนอร์ยีฯ กับทองมี พมวิไซ รมช.กระทรวงแผนการและการลงทุนของลาว ร่วมเซ็นบันทึกช่วยความจำเพื่อความเข้าใจโครงการเขื่อนแห่งหนึ่งที่นคร เวียงจันทน์

ในบันทึกดังกล่าว รัฐบาลลาวอนุญาตให้เครือซีพีสำรวจและศึกษาโครงการเขื่อนกั้นลำน้ำโขงที่จุด บ้านลาดเสือ เมืองซะนะสมบูน แขวงจำปาสัก ภายในเวลา 30 เดือน หากคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผู้ลงทุนจากไทยจะได้รับอนุญาตให้ก่อสร้าง มีอายุสัมปทาน 30 ปี

แต่ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบ เขื่อนลาดเสือแปรเปลี่ยนมาเป็นเขื่อนภูงอย และย้ายจากเมืองซะนะสมบูนมาอยู่ปากเซ

ผมเดินขึ้นวัดภูงอย ความสูงระดับ 400 ขั้น ไปถ่ายภาพมุมสูง ดูจุดที่จะสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงบริเวณดอนเลา โดยดอนเลาจะเป็นเหมือนแกนกลางเขื่อนพอดี

พูดคุยกับชาวบ้านจึงทราบว่า ทางเจ้าหน้าที่บริษัท และเจ้าหน้าที่รัฐยืนยันว่า น้ำจะไม่ท่วมบริเวณนี้แน่ แม้ส่วนใหญ่จะรับฟังด้วยดี แต่ชาวบ้านก็ไม่เชื่อ ต่างยืนยันว่าจะไม่ยอมย้ายหนีไปไหน

“แกนนำชาวบ้านบางคนถึงกับท้าว่า มีเขื่อนวันไหน จะยืนรออยู่ตีนภูงอย ถ้าน้ำไม่ท่วมตีนภู ให้เอาปืนมายิงหัวตรงนั้นเลย”

ไม่รู้ซิครับ ขายไก่ซีพี ปลาซีพี ข้าวแกงซีพีแล้ว นี่ยังจะขาย “ไฟฟ้าซีพี” อีกเหรอ

ผลิตโภคภัณฑ์ขายจนรวยเละ ภาพลักษณ์เฟี้ยวฟ้าวแล้ว อยู่ดีไม่ว่าดี จะข้ามพรมแดนไปรบกวนชาวลาวให้เสียรังวัดทำไม

ข้อยบ่เข้าไจ๊เจ้าจิงๆ
——————-
อนึ่ง ภายหลังจากงานเขียนชิ้นนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ทางทีมประชาสัมพันธ์ของซีพีได้โทรศัพท์แจ้งมายังผู้เขียนว่า โครงการนี้ไม่อยู่ในเครือซีพี โดยนายชัชวาลเป็นหลาน มิได้เกี่ยวข้องกับกิจการซีพี

คอลัมน์ โลกนี้มีรากหญ้า มติชน 8 กค.

—————-
ประเทศเพื่อนบ้าน

ข้อเท็จจริงจากสีพันดอน-ดอนสะโฮง บนทางเลือก เขื่อน vs วิถีดั้งเดิม

By on 5 กรกฎาคม, 2014

Click on the link to get more news and video from original source:  http://transbordernews.in.th/home/?p=4744
image
ความแรงของน้ำทำให้ได้ยินเสียงดังมาแต่ไกล เมื่อเดินไปถึงริมตลิ่งเห็นไอน้ำฝอยฟุ้งตามโตรกหินต่างๆ ขณะที่เรือน้อยลำหนึ่งยังสามารถแล่นฝ่าสายน้ำเชี่ยวกรากได้อย่างน่าอัศจรรย์ ใจ แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ ทั้งที่เป็นเจ้าของหลี่และทีมงาน รวมทั้งพ่อค้าที่มารับซื้อปลา กำลังนั่งคุยฆ่าเวลาเพื่อเตรียมตัวลงหลี่ในช่วงบ่ายแก่ๆ
หลี่เป็นเครื่องมือจับปลาขนาดใหญ่ที่นิยมใช้กันในเมืองโขง แขวงจำปาสัก ทางตอนใต้สุดของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)
ทีมงานโครงการพัฒนาทักษะการสื่อสารทำข่าวสืบสวนฯ พร้อมด้วยนักข่าว 4-5 คนยืนอยู่ที่บริเวณตาดโพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของฮู (รู)สะโฮง แขนงของแม่น้ำโขงที่แตกกระจายเป็นช่องน้ำต่างๆมากมายเมื่อ “น้ำโขง”หรือ “น้ำของ”ไหลมาถึงสีพันดอน หรือ 4,000 ดอนปลายเดือนมิถุนายน 2557 พวกเราเดินทางเข้าไปสู่เมืองโขง ภายหลังจากชาวบ้านส่งข่าวมาแจ้งว่าฤดูกาลจับปลากำลังเริ่มต้นขึ้น และกองทัพปลากำลังเคลื่อนตัวจากทางใต้สู่สีพันดอน เราจึงเร่งสำรวจฮูสะโฮงในช่วงฝนนี้ เพราะหวั่นใจว่าอีกไม่นานสภาพความอุดมสมบูรณ์ที่เห็นอยู่ในเบื้องหน้าจะกลาย เป็นเพียงอดีต เพราะรัฐบาลลาวได้ให้สัมปทานแก่นักลงทุนสัญชาติมาเลย์ในการสร้างเขื่อนปิดฮู สะโฮง ในวันที่พวกเรากำลังลงพื้นที่อยู่นั้น อีกด้านหนึ่งคณะมนตรีแม่น้ำโขงก็ได้จัดประชุม MRC Council Meeting ขึ้นที่กรุงเทพฯการประชุม 4 ประเทศสมาชิก คือลาว ไทย กัมพูชา เวียดนาม ได้มีวาระหารือสำคัญ คือกรณีเขื่อนดอนสะโฮง ซึ่งตั้งแต่ปลายปีที่แล้วสปป.ลาว ได้ยื่น “แจ้งล่วงหน้า” หรือ Prior Notification ตามข้อตกลงแม่น้ำโขง พ.ศ.2538 โดยถือว่าการสร้างเขื่อนครั้งนี้เป็นอธิปไตยของตน ในขณะที่เวียดนาม กัมพูชา รวมทั้งไทย ได้แสดงความไม่พอใจและต้องการให้ลาวเข้ากระบวนการ “ปรึกษาหารือล่วงหน้า” หรือ Prior Consultation เนื่องจากเห็นว่าเขื่อนแห่งนี้อาจมีผลกระทบข้ามพรมแดนไปถึงประเทศอื่นๆ และเรียกร้องให้ชะลอโครงการไป 10 ปีเพื่อศึกษาผลกระทบให้รอบคอบimage

ท่าทีจาก 3 ประเทศตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาทำให้ในครั้งนี้ทางการลาวยอมถอย 1 ก้าว อย่าไรก็ตามนายวีระพง วีระวง ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ของลาวยังยืนยันชัดเจนว่า “ด้วยความร่วมมือ รัฐบาลลาวจะเดินหน้าพัฒนาโครงการ (เขื่อนดอนสะโฮง) อย่างรับผิดชอบและยั่งยืน”

กระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า มีขั้นตอนคือลาวส่งเอกสารโครงการให้แก่ MRC และประเทศสมาชิก จากนั้นแต่ละประเทศจัดเวทีหารือ ตามแต่ที่กำหนดไว้ในกฎหมายของประเทศตน (กรณีเขื่อนไซยะบุรี ไทยจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน 3 ครั้ง แต่ชาวบ้านเห็นว่าไม่เพียงพอจนนำมาซึ่งการฟ้องศาลปกครอง ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งรับฟ้องคดีสัญญารับซื้อไฟฟ้าเมื่อปลายเดือน มิย. )

กระบวนการนี้มีกรอบเวลา 6 เดือน เท่ากับว่าการก่อสร้างยังไม่ควรเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีนี้ แต่นายฮันส์ กุตส์แมน ผู้บริหาร MRC ก็ได้ออกตัวว่าไม่มีกระบวนการให้ประเทศสมาชิก “โหวต” ไม่ให้ก่อสร้างเขื่อนน้ำโขง แม้จะเกิดประเด็นข้ามพรมแดนก็ตาม

ความคลุมเครือจากที่ประชุมMRC เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด ขณะที่ชาวบ้านที่หากินอยู่กับปลา อยู่กับหลี่ แทบไม่เคยรับรู้ข่าวสารใดๆ และได้แต่ก้มหน้าเผชิญชะตากรรมเมื่อทางการลาวสั่งเตรียมตัวห้ามหาปลาโดยใช้ หลี่
“เขาบอกว่าปีนี้ให้ทำหลี่ได้เพราะเรายังไม่มีอาชีพอื่น แต่ผมก็ไม่รู้ว่าเขาจะห้ามเด็ดขาดเมื่อไหร่ เพราะฮูอื่นๆทั้งที่ฮูช้างเผือก ฮูสะดำ เขาห้ามทำหลี่แล้ว ผมคิดว่าพอเขาสร้างสะพานเสร็จก็คงห้ามเรา” พ่อตัน (นามสมมุติ) คนหาปลาบอกถึงความกังวลใจ แกมีหลี่อยู่ 3 หลัง แต่ปีนี้น้ำท่วมไปแล้ว 2 หลังซึ่งก็ได้ปลาไปแล้วมากพอสมควร เหลืออีก 1 หลังซึ่งยังได้ปลาอยู่วันละนับร้อยกิโลกรัม
ตาดโพเป็นระบบนิเวศที่สำคัญของฮูสะโฮง และชาวบ้านใช้เป็นพื้นที่สร้างหลี่และลวง หากเมื่อใดสร้างเขื่อนปิดท้ายฮูสะโฮงสำเร็จ บริเวณนี้จะกลายเป็นอ่างเก็บน้ำที่ไม่เหลือร่องรอยของตาดโพและหลี่อีกต่อไป

เฉพาะที่ตาดโพมีหลี่อยู่ 20 กว่าหลัง และลวง 7 หลัง ทั้งหลี่และลวงเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนสีพันดอนอันน่าทึ่ง โดยหลี่อาศัยความเชี่ยวกราดของกระแสน้ำให้เป็นประโยชน์ ซึ่งโดยธรรมชาติของปลาจะว่ายทวนน้ำขึ้นไปหากินและวางไข่โดยเฉพาะในฤดูน้ำ หลาก หลักการของหลี่คือปลาตัวใดที่ไม่สามารถต้านความแรงของน้ำได้ก็จะไหลตาม น้ำตกลงไปในหลี่ที่วางอยู่ตามฮูน้ำต่างๆ แต่ไม่ใช่ว่าทุกฮูจะสร้างหลี่ได้ ตรงนี้เป็นภูมิปัญญามาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ เพราะต้องรู้ว่าฮูใดมีปลาว่ายและหากหมดแรง ปลาจะตกมาในทิศทางใด

ส่วนลวงนั้น หลักการก็เหมือนลอบดักปลาในบ้านเรา เพียงแต่สร้างเป็นกรงใหญ่สี่เหลี่ยมโดยหล่อเสาหลักให้แน่น เพื่อให้ต้านทานความแรงของสายน้ำ และขังปลาขนาดใหญ่ไว้ได้

“หลี่ของพ่อเป็นมรดกมาจากบรรพบุรุษ ไม่รู้ว่ากี่รุ่นต่อกี่รุ่น ตั้งแต่จำความได้ก็ตามปู่ ตามพ่อ ไปหลี่แล้ว รวมๆแล้วหลี่นี่น่าจะอายุเป็นร้อยๆปี สมัยก่อนปลามากมายกว่านี้ บางปีหนักถึงขนาดหลี่แตก เพราะเราเข้าไปเก็บปลาไม่ทัน ขนาดจ้างคนช่วยกันขน ก็ยังไม่ทัน พอปลามันอัดกันมากๆแล้วโดนกระแสน้ำแรงๆ หลี่ก็แตก เราเจอเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว บางทีต้องรีบตักปลาทิ้งอย่างไม่เสียดาย” พ่อตันเล่าถึงบรรยากาศในวันที่กองทัพปลามาถึงเมื่อครั้นอดีต
ผู้เฒ่าบอกว่าที่ผ่านมาทางการลาวได้ปิดประกาศห้ามหาปลาโดยใช้หลี่ โดยแจ้งว่าจะหาอาชีพใหม่มาทดแทน แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีอะไรชัดเจน ที่สำคัญคือยังไม่มีใครพูดถึงเรื่องค่าชดเชยใดๆ “ต่อให้ใครมาซื้อสัก 200 ล้านกีบ พ่อก็ไม่ขาย เพราะหลี่หากิน หาอยู่ได้ทุกปี แค่ปีที่แล้วเพียงปีเดียว เราได้เงินจากการขายปลาคนละ 20 ล้านกีบ จากจำนวนคนทั้งหมด 7 คน พ่ออยากเก็บหลี่ไว้ให้ลูกให้หลานได้มีอยู่มีกิน เหมือนที่ปู่และพ่อยกสมบัติชิ้นนี้ให้เรา”
แต่ดูเหมือนความต้องการของพ่อตันกับความเป็นจริงจะสวนทางกัน เพราะขณะนี้บริษัทที่ได้รับสัมปทานสร้างเขื่อนกั้นฮูสะโฮงได้เริ่มสร้าง สะพานจากแผ่นดินใหญ่บริเวณเวินคามมาสู่ดอนสะดำซึ่งอยู่ติดกับฮูสะโฮง เพื่อขนเครื่องมือและอุปกรณ์หนักเข้ามาใช้สำหรับสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ แต่เขื่อนดอนสะโฮง มีกำลังผลิตติดตั้งเพียง 260 เมกกะวัตต์ เทียบได้เป็น 2 เท่าของเขื่อนปากมูลเท่านั้น

“หากเขามาสร้างเขื่อนจริงๆ เราจะไปทำอะไรได้ รัฐบาลว่าอย่างไร เราก็ต้องทำตามนั้น” น้ำเสียงของพ่อเฒ่าดูเหมือนปลงตกและยอมจำนนต่อโชคชะตา เช่นเดียวกับคนเล็กคนน้อยทั่วไปในลาว สุดท้ายเมื่อทางการอ้างถึง“ประโยชน์ส่วนรวม” ก็ยากที่จะตั้งคำถามอื่นใด

เย็นย่ำแล้ว ชาวบ้านบางส่วนกำลังช่วยกันต้อนปลาอยู่ในลวงพร้อมกับมีเสียเฮเล็กๆทุกครั้ง เมื่อได้ปลาเพี้ยขนาด 2-3 กิโลกรัม ขณะที่อีกหลายคนช่วยกันหอบหิ้วปลาขนาดใหญ่ที่ได้จากหลี่ขึ้นมาขายพ่อค้าคน กลาง ส่วนปลาเล็กแบ่งกันเป็นกองๆ เพื่อเอากลับไปทำกินที่บ้าน

แม้ปีนี้จะได้ปลาไม่เยอะเหมือนปีก่อน แต่พวกเขายังหวังว่าในปีต่อๆไปจะยังมีโอกาสหาปลาที่ตาดโพเช่นเดิม เหมือนกับวิถีที่เคยเป็นมานับร้อยๆปี

เรื่อง และภาพโดย โลมาอิรวดี

————-

ประเทศเพื่อนบ้าน

ข้อเท็จจริงจากสีพันดอน-ดอนสะโฮง บนทางเลือก เขื่อน VS วิถีดั้งเดิม (จบ)

By on 11 กรกฎาคม, 2014

Click on the link to get more news and video from original source:  http://transbordernews.in.th/home/?p=4785

image

เรือน้อย 4 ลำวิ่งลัดเลาะยอดลำแซงที่โผล่พ้นน้ำมาแค่ยอดไม้ ซึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อนบริเวณนี้ยังคงเป็นป่าดอนริมน้ำโขง แต่พอกลางเดือนมิถุนายน น้ำได้สูงเอ่อขึ้นจนท่วมท้น ซึ่งเป็นวัฎจักรประจำปีของระบบนิเวศในสีพันดอน ดินแดนทางตอนใต้ของประเทศลาว

เมื่อน้ำใหญ่มาถึง หรือเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก นั่นหมายถึงเทศกาลจับปลาครั้งใหญ่มาถึงแล้วเช่นกัน ทั่วทั้งเมืองโขง แขวงจำปาสัก จึงคึกคักเป็นอย่างมาก ไม่น่าเชื่อว่าสัตว์น้ำประเภทเดียวที่ชื่อ “ปลา”จะทำให้ระบบเศรษฐกิจทั้งเมืองหมุนเวียนเติบโตอย่างมีชีวิตชีวา

ช่วงปลายเดือนมิถุนายนจนถึงต้นเดือนกรกฎาคม 2557 สื่อมวลชนกลุ่มเล็กๆโดยการสนับสนุนของทีมงานโครงการพัฒนาทักษะการสื่อสารทำ ข่าวสืบสวนฯ ได้ชักชวนกันมาสำรวจความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำโขงในฤดูที่กองทัพปลากำลังมา เยือนสีพันดอน

นอกจากได้เห็นปลามากมายที่กองอยู่ในตลาดนากะสังซึ่งเป็นสถานที่รับซื้อ ปลาใหญ่ที่สุดในเมืองโขงแล้ว พวกเรายังได้ตระเวนดูการจับปลาด้วยวิธีต่างๆโดยเฉพาะ “หลี่” ซึ่งได้ปลาคราวละมากๆ

image

พวกเราเดินทางไปยังดอนคอนเกาะ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองโขงและติดกับชายแดนลาว-กัมพูชา โดยต้องนั่งเรือลำเล็กเพราะต้องลัดเลาะเกาะแก่งต่างๆ และน้ำอันเชี่ยวกรากในหลายช่วงซึ่งเรือใหญ่ไม่สามารถไปได้ ที่สำคัญคือคนขับเรือต้องมีความรู้ความชำนาญพื้นที่พอสมควร

เมื่อใกล้ถึงดอนคอนเกาะ เห็นกำแพงน้ำมาแต่ไกล โดยบริเวณดังกล่าวในหน้าแล้งจะเห็นเป็นน้ำตกจากหน้าผาใน 3 จุดที่ชาวบ้านเรียกว่าคอนฝั่ง คอนขามและคอนหลง แต่พอถึงหน้าน้ำ เมื่อแม่น้ำโขงยกระดับขึ้น ทั้ง 3 คอนได้เชื่อมต่อกันกลายเป็นกำแพงน้ำขนาดใหญ่ยาวนับกิโลเมตร

“ปีนี้เราได้ปลากันไม่เยอะ เพราะน้ำมาเร็วและเป็นน้ำที่ใส ไม่เหมือนปีก่อนๆที่พอฝนตกแล้วน้ำค่อยๆมาและเป็นน้ำขุ่น ทำให้ปลามาไม่ทัน กว่าปลาจะมาถึงน้ำก็ท่วมหลี่ไปเยอะแล้ว” พ่อเฒ่ารายหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของหลี่บนดอนคอนเกาะ เล่าถึงสถานการณ์การหาปลาในปีนี้ ซึ่งตรงกับคำบอกเล่าของคนหาปลาในหลายแห่ง

image

“ปีนี้เพิ่งได้ปลาไปไม่กี่ร้อยโล” คำพูดของแกดูเหมือนพูดเล่น ทำเอาคนนอกตาโต แต่ในความเป็นจริง คนที่นี่เขานับปลากันเป็นตัน เพราะแต่ละปีมีปลาลงหลี่มากมาย บางหลี่ปีเดียวได้ปลานับสิบตัน

นอกจากในช่วงต้นฝนเดือน 6-7 ที่ได้ปลากันมากๆแล้ว ช่วงเดือน 9 ปลาจะลงหลี่มากอีกครั้ง โดยเฉพาะในย่านตอนคอนเกาะ

สีพันดอนในซีกตะวันตกนี้ มีคอนและเกาะแก่งมากมาย ซ่อนเร้นความอุดมสมบูรณ์และความงามของน้ำตกไว้ให้ชวนอัศจรรย์ใจ

แต่ที่น่ากังวลคือขณะนี้มีโครงการสร้างเขื่อนอย่างน้อย 2 แห่งกำลังล้อมกรอบสีพันดอน โดยโครงการแรกคือเขื่อนดอนสะโฮง ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ แม้ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) ที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ ทางการลาวจะมีท่าทีรับฟังเสียงท้วงติงของเวียดนาม กัมพูชา และไทย มากขึ้น และยอมให้โครงการเขื่อนดนสะโฮงเข้าสู่กระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า ตามข้อตกลงแม่น้ำโขง พศ. 2538 แต่ยังประกาศเดินหน้าพัฒนาเขื่อนดังกล่าวต่อไป

ขณะที่ด้านเหนือขึ้นมาจากสีพันดอน บริเวณดอนเลา ใกล้วัดภูงอย ห่างจากเมืองปากเซ เมืองเอกของแขวงจำปาสักเพียง 14 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานีราว 50 กิโลเมตร บริษัทสัญชาติไทยในนามบริษัทเจริญวอเตอร์แอนด์เอนเนอร์ยี เอเชีย ในเครือซีพี กำลังสำรวจข้อมูลในชุมชน เพื่อพัฒนา “โครงการเขื่อนภูงอย” หรือ “ลาดเสือ 2 “

image

“คณะสำรวจได้แจ้งชาวบ้านเบื้องต้นว่าหากสร้างเขื่อนแห่งนี้ต้องอพยพ ประชาชนออกจากพื้นที่ จำนวน 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านผักแพว บ้านนาขอนแก่น บ้านดอนปาข่อ และบ้านมอพุ รวมราว 1,000 หลังคาเรือน“ ชาวบ้านในพื้นที่รายหนึ่ง ยืนยันการเดินหน้าของโครงการสร้างเขื่อนภูงอย

เขื่อนภูงอยจะกั้นแม่น้ำโขงในลาวเป็นแห่งที่ 2 นอกจากเขื่อนไซยะบุรีที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งเมื่อปลายเดือนมิถุนายน ศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีคำสั่งรับฟ้อง กรณีที่ชาวบ้านไทย 37 คน ในเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ได้ฟ้องการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และอีก 4 หน่วยงานรัฐ ซึ่งลงนามสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรีโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของ ประเทศไทย

คะเนจากจุดสร้างเขื่อนภูงอยซึ่งเป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงแผ่ออกกว้างเกือบ กิโลเมตร เดาได้ว่าเขื่อนภูงอยจะมีกำลังผลิตติดตั้งไม่ต่ำกว่า 1,000 เมกกะวัตต์ แต่จนถึงวันนี้ข้อมูลเขื่อนยักษ์แห่งนี้กลับมีการเปิดเผยสู่สังคมน้อยมาก

“เราไม่เคยได้ยินว่าจะมีการสร้างเขื่อนข้างบนเลย เคยได้ยินแต่ที่ดอนสะโฮง” ชาวบ้านรายหนึ่งที่กำลังหิ้วปลาพวงใหญ่กลับจากหลี่แสดงอาการกังวลอย่างเห็น ได้ชัดเมื่อได้ยินข้อมูลเกี่ยวกับสร้างเขื่อนแห่งใหม่บนแม่น้ำโขง

“ปีนี้เราได้ปลาน้อย ผมว่ามันก็น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งมาจากเขื่อนในจีน เพราะน้ำเหนือที่ไหลมาน่าจะเป็นน้ำจากเขื่อน ไม่ใช่น้ำธรรมชาติ เพราะมันใส” เขาคาดเดาปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ณ สีพันดอน ในปีนี้

“ด้านล่าง เขาก็ระเบิดหินในฮูสะดำและฮูช้างเผือกไปเมื่อปีก่อนแล้ว ทำให้ปีนี้ปลาไม่ค่อยมาที่นี่”

ฮูสะดำและฮูช้างเผือกที่เขาพูดถึงคือช่องน้ำ 2 ด้านที่ขนานกับฮูสะโฮง ซึ่งบริษัทสัมปทานสร้างเขื่อนได้ระเบิดหินในลำน้ำเพื่อให้ปลาว่ายทวนกระแส น้ำขึ้นมายังด้านบน และห้ามชาวบ้านใช้หลี่ในบริเวณดังกล่าว ทำให้ความเดือดร้อนส่งผลกระทบกันเป็นลูกโซ่

สองโครงการเขื่อนที่จะปิดหัวปิดท้ายมหานทีสีพันดอน ทำให้วังเวงใจว่าหากกลไกในภูมิภาคที่มีอยู่สำหรับ 4 ประเทศลุ่มน้ำโขงนั้นไม่สามารถทัดทานโครงการใหญ่ที่สร้างผลกระทบร้ายแรงต่อ ประชาชนนับล้านๆ คนได้

สีพันดอนแหล่งประมงน้ำจืดใหญ่แห่งลุ่มน้ำโขง เคยสะสมความมั่นคั่งด้วยกองทัพปลา จนสามารถสร้างอาณาจักรโบราณอันยิ่งใหญ่ก่อนนครวัด-นครธม วันนี้กำลังสายน้ำกำลังถูกสร้างกำแพงยักษ์กั้น และกองทัพปลากำลังถูกปิดกั้น

หรือวิถีวัฒนธรรมอันยาวนานของคนและปลากำลังในสีพันดอนกำลังกลายเป็นตำนาน

เรื่องและภาพโดย โลมาอิรวดี

July 11, 2014

Laos’s Facebook: Inappropriate Facebook use could be blocked

 

Inappropriate Facebook use could be blocked

Click on the link to get more news and video from original source:  http://www.vientianetimes.org.la/FreeContent/freeCont_Inappropriate.htm

Internet users who use social media such as Facebook to circulate false information or any use targeting to disrupt social order or undermine security could have their accounts blocked, a minister has said.

Minister of Post and Telecommunications Hiem Phommachanh told the ongoing ordinary session of the National Assembly (NA) on Thursday that technical officials are working on the matter.

The technical officials are working in an attempt to block false information and some accounts that target to tarnish the reputation of individuals, disrupt social order, and tarnish the image of the country and the government, the minister said.

But, Mr Hiem confirmed that Laos will not block the whole Facebook system, saying that social media is also useful for daily activities.

Among its positive aspects, social media can be used as a channel to exchange views, information and sharing lessons as well as advertisements among members of the public and businesses, the minister said.

He added that allowing people to access Facebook is also in line with Laos’s policy to switch from an agriculture-based economy to one with modernised industries and policy to integrate it with the outside world.

Facebook has rapidly beco me popular among users worldwide and in Laos. The number of Lao Facebook users has more than doubled from only about 200,000 users two years ago to 530,000 users as of May 2, 2014.

Officials said some users have signed up by not using their real names making it more difficult to find out their real identities.

Recently, some users were found circulating false information with officials alleging the users targeted to disrupt social order and undermine security.

In light of such inappropriate use, relevant authorities are drafting particular legal documents to regulate the use of social media – the move stirred up public discussion on what degree social media will be regulated or restricted.

The legal documents being drafted include Cybercrime Law, Information and Technology L aw, and a Prime Ministerial Decree on the management of information through the internet.

The documents are expected to be complete this year, according to Acting Director General of the Lao National Internet Centre, under the Ministry of Post and Telecommunications, Mr Keovisouk Solaphom.

He agreed that social media plays an important role in spreading useful and important information to keep members of the public updated with what is happening in society and across the globe.

Many have been using it for trading and advertising purposes. All these have contributed to socio-economic development, the director said.

Director General of the Media Department, under the Ministry of Information, Culture and Tourism, Mr Pinpratthana Phanthamaly echoed the important role social media is playing including disseminating Party and government policies. He added that the government encourages appropriate use of social media.

By Times Reporters
(
Latest Update July 12, 2014)

———————-

Related:

 

ไปดูพี่น้องมวลมหาประชาชนชาวเวียง แห่ช้อปปิ้งฝั่งไทยรถติดยาวเหยียด

“ເປັນຫຍັງ ຄົນລາວ ມັກໄປຊື້ສິ່ງຂອງຢູ່ປະເທດໄທຍ?” เป็นคำถามใหญ่ที่ตั้งขึ้นมาประกอบภาพที่เผยแพร่ในเว็บบล็อกลาวโฮมลาวซึ่ง ระบุว่าเป็นเหตุการณ์เมื่อวันศุกร์ 4 ก.ค.2557 และภาพเดียวกันนี้ถูกแชร์ต่อๆกันไปอย่างกว้างขวาง

ชาวเน็ตอีกจำนวนหนึ่งบอกว่า บรรดาผู้ที่ข้ามแดน “นำเงินออกนอก” นั้นส่วนใหญ่เป็นลูกหลานหรือสมาชิกครอบครัวของเหล่ารัฐกร (เจ้าหน้าที่รัฐ) ที่เงินเดือนไม่มากแต่มีรายได้หลักจากการฉ้อราษฎร์บังหลวง และใช้เงินมือเติบ เป็นผู้บั่นทอนเศรษฐกิจของชาติเสียเอง ในขณะที่ราษฎรทั่วไปไม่อาจทำเช่นนี้ได้.  More

Tags:
July 10, 2014

Laos Preparing Charges Against Deported Hmong Resistance Leader

Laos Preparing Charges Against Deported Hmong Resistance Leader

Click on the link to get more news and video from original source: http://www.rfa.org/english/news/laos/hmong-07072014180422.html

Lao authorities said Monday that they are investigating longstanding charges against a former ethnic minority Hmong resistance leader facing prosecution after being deported from neighboring Thailand.

A Lao security official, speaking on condition of anonymity, confirmed that Moua Toua Ter was deported home on June 23 from Thailand and that he was “under investigation” for charges Lao authorities had leveled against him many years ago.

He did not provide further details, including the nature of the charges.

Moua was among Hmongs who had fought for the United States, alongside American troops, during the Vietnam War.

He had been on the run in the jungles of Laos for more than two decades before  sheltering in Thailand for eight years while seeking resettlement in a third country.

Officials from Thailand’s Immigration Police told The Associated Press last week that Moua was deported after being held in Bangkok since March last year.

Rights groups had raised concerns that he will face persecution in his homeland.

Conviction

AP said that Moua Toua Ter’s case was complicated by a manslaughter conviction in Thailand, after he shot dead a Laotian woman in what he claimed was self-defense.

His supporters said the woman was a Laotian government agent sent to lure him back to Laos, according to the report, which said that several opponents of the communist regime in Laos had been killed under mysterious circumstances in Thailand or disappeared on visits to their homeland.

Moua served his sentence in the northern Thai province of Tak until March last year, after which he was transferred to the immigration jail in Bangkok.

The Thai immigration officer who spoke to AP from Nong Khai said that Moua, like others who illegally enter Thailand, was “repatriated through the natural border,” meaning he was sent on a boat across the Mekong River marking the nations’ boundary.

Facing persecution

Lao authorities have long been wary of opposition among the Hmong, many of whom say they face persecution from the government because of their Vietnam War-era ties with the United States.

Thousands of Hmong fought under CIA advisers during a so-called “secret war” against communists in Laos.

General Vang Pao, who spearheaded the 15-year CIA-sponsored war, died in the United States in 2011 at the age of 81.

The outspoken opponent of the Lao government immigrated to the United States after the communists seized power in his country in 1975.

Reported by RFA’s Lao Service. Written in English by Di Hoa Le.

July 8, 2014

สมาชิกครอบครัวของเหล่ารัฐกร ที่มีรายได้หลักจากการฉ้อราษฎร์บังหลวง และเป็นผู้บั่นทอนเศรษฐกิจของชาติเสียเอง

ไปดูพี่น้องมวลมหาประชาชนชาวเวียง แห่ช้อปปิ้งฝั่งไทยรถติดยาวเหยียด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 กรกฎาคม 2557 02:09 น.

Click on the link to get more news and video from original source: http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9570000077214

ไปดูพี่น้องมวลมหาประชาชนชาวเวียง แห่ช้อปปิ้งฝั่งไทยรถติดยาวเหยียด

ประชาคมออนไลน์ในนครเวียงจันทน์วิพากษ์วิจารณ์ภาพ เหตุการณ์นี้กันหนาหู หลายคนเรียกร้องให้ทางการมีมาตรการสกัดกั้น “พวกหัวนอก” ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย บั่นทอนเศรษฐกิจของชาติ แต่หลายคนบอกว่าไม่เฉพาะชาวลาวเท่านั้นที่ข้ามแดนไปจับจ่ายซื้อข้าวของใน ประเทศไทย แต่ละปีก็มีชาวไทยนับล้านข้ามไปลาวเช่นกันและใช้จ่ายเงินมหาศาลในรูปของการ ท่องเที่ยว.

ASTVผู้จัดการออนไลน์ — ภาพๆหนึ่งที่เผยแพร่ในประชาคมออนไลน์ของชาวลาวถูกวิพากาษ์วิจารณ์อย่างหนัก ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ผู้นำออกเผยแพร่บรรยายว่าเป็นเหตุการณ์ที่ชาวนครเวียงจันทน์จำนวนมาก มายมหาศาลแห่ข้ามแดนที่ด่านสะพานมิตรภาพ 1 มุ่งหน้าสู่เมืองหนองคาย เพื่อไปจับจ่ายซื้อหาข้าวของทางฝั่งไทยจนรถติดยาวเหยียด

 “ເປັນຫຍັງ ຄົນລາວ ມັກໄປຊື້ສິ່ງຂອງຢູ່ປະເທດໄທຍ?” เป็นคำถามใหญ่ที่ตั้งขึ้นมาประกอบภาพที่เผยแพร่ในเว็บบล็อกลาวโฮมลาวซึ่ง ระบุว่าเป็นเหตุการณ์เมื่อวันศุกร์ 4 ก.ค.2557 และภาพเดียวกันนี้ถูกแชร์ต่อๆกันไปอย่างกว้างขวาง

เป็นที่ทราบกันดีว่าในช่วงสุดสัปดาห์บางช่วงจะมีชาวนครเวียงจันทน์ นับพันๆหรือหมื่นคน เดินทางข้ามแดนที่ด่านสะพานมิตรภาพแห่งนี้ไปซื้อของกินของใช้และเสื้อผ้า หลายคนไปไกลถึงเมืองอุดรธานี อีกจำนวนมากนิยมข้ามแดนเพื่อไป “เปิดหูเปิดตา” หรือพักผ่อน ในขณะที่ชาวเน็ตจำนวนหนึ่งประณามว่าเป็นพฤติกรรมของพวก “คนหัวนอก-นิยมของนอก” ทำให้เงินรั่วไหลออกนอกประเทศ

ชาวเน็ตอีกจำนวนหนึ่งบอกว่า บรรดาผู้ที่ข้ามแดน “นำเงินออกนอก” นั้นส่วนใหญ่เป็นลูกหลานหรือสมาชิกครอบครัวของเหล่ารัฐกร (เจ้าหน้าที่รัฐ) ที่เงินเดือนไม่มากแต่มีรายได้หลักจากการฉ้อราษฎร์บังหลวง และใช้เงินมือเติบ เป็นผู้บั่นทอนเศรษฐกิจของชาติเสียเอง ในขณะที่ราษฎรทั่วไปไม่อาจทำเช่นนี้ได้

อย่างไรก็ตามหลายคนได้อธิบายว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับลาวนั้นมีในหลายมิติ ไม่ใช่เฉพาะระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล หากยังรวมถึงประชาชนกับประชาชนด้วย ไม่เฉพาะชาวลาวเท่านั้นที่เดินทางข้ามแดนมาจับจ่ายในประเทศไทย แต่ละปีก็มีชาวไทยนับล้านคนเดินทางเข้าลาวเพื่อการท่องเที่ยวและใช้จ่ายใน ดินแดนลาวเป็นเงินมหาศาล

ตามตัวเลขอย่างเป็นทางการเมื่อปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดิน ทางเข้าลาวจำนวนทั้งหมด 3,779,490 คน ในนั้นเป็นชาวไทยกว่า 2 ล้านคน นักท่องเที่ยวไทยเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่สุดที่เดินทางไปเที่ยวลาวประจำทุกปีใน ช่วงกว่า 10 ปีมานี้

ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าภาพที่เป็นเรื่องเป็นราวนี้เป็นเหตุการณ์ เมื่อไรกันแน่ ขณะที่เว็บบล็อกลาวโฮมลาวกล่าวว่าถ่ายเมื่อวันที่ 4 ก.ค. พร้อมระบุแหล่งที่มา แต่ภาพเดียวกันนี้เผยแพร่ในเว็บบล็อกสมาคมลาวตั้งแต่วันที่ 1 และภาพก็ยังเผยแพร่ออกไปอย่าวกว้างขวางผ่านสื่อประชาสังคม พร้อมกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างเซ็งแซ่.

 

——————-

Where is a money to pays our poor Laotian Teacher?

Australia pledges AU$86 million education aid for Laos

Click on the link to get more news and video from original source:  http://www.vientianetimes.org.la/FreeContent/freeCont_Australia.htm

The government of Australia has announced it will provide AU$86 million (more than 648.5 billion kip) in aid to finance basic education programmes in Laos over the next four years, the Lao Ministry of Foreign Affairs has said.

The announcement was made during the official visit to Laos by Australian foreign minister Ms Julie Bishop, the ministry said in a press release.  More

 

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 563 other followers

%d bloggers like this: