Archive for ‘Xayaburi Dam’

November 1, 2014

World Bank trains Laos hydropower operator in environmental, social management

 

10/29/2014

Click on the link to get more news and video from original source: http://www.hydroworld.com/articles/2014/10/bank-trains-laos-hydropower-operator-in-environmental-social-management.html

Laos Map

The World Bank’s International Finance Corp. (IFC) is helping train Laos’ largest hydropower operator, EDL-Generation Public Co., to improve its management of environmental and social risks.

IFC and EDL-GEN conducted five days of training in October for 25 professionals from the company and from its major shareholder, Electricite du Laos (EDL). Participants were trained in the business case for sustainability and in IFC’s Performance Standards, a benchmark of environmental and social standards guiding companies on how to mitigate risks and do business sustainably.

EDL-GEN was established in 2010 as the first public company in Laos. It has seven hydropower projects under way in Laos, representing 387 MW. It sells the majority of its power to EDL, its state-owned parent company.

EDL-GEN has invested in four independent power producers in Laos, including a 60 percent stake in the 500-MW Theun Hinboun hydropower complex (including the expanded 440-MW Theun Hinboun project and the adjoining 60-MW Nam Gnouang project, a 25 percent stake in the 615-MW Nam Ngum 2 project, and the 100-MW Nam Lik 1 and 2 project.

EDL-GEN plans to expand its business by taking over EDL hydroelectric projects including 88-MW Huay (or Houay) Lamphan Yai, 130-MW Nam Khan 2, 95-MW Nam Khan 3, and 15-MW Nam Sana.

IFC’s training also provided the participants an opportunity to apply what they learned in practical field exercises at hydropower sites around Vientiane Province. For example, they created a checklist to determine whether a project complied with IFC’s Performance Standards.

“We are planning to develop a larger environmental and social team that will support the sustainable construction of hydropower plants and provide support to communities surrounding project sites,” Director Souksanh Phongphila of EDL-GEN’s Corporate Support and Administration Department said.

IFC last year recruited consultants to serve as stakeholder engagement/communications specialist for the hydropower and forestry sectors in Laos. It also announced it plans to work with the Laotian government in developing draft laws that would help govern hydroelectric development.

October 2, 2014

สร้างแน่ๆ เขื่อน 1,400 MW กั้นน้ำโขงที่หลวงพระบาง ใหญ่กว่าเขื่อนไซยะบูลี

สร้างแน่ๆ เขื่อน 1,400 MW กั้นน้ำโขงที่หลวงพระบาง ใหญ่กว่าเขื่อนไซยะบูลี

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์  |  3 ตุลาคม 2557 04:19 น.

Click on the link to get more news and video from original source:  http://www.manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9570000113682

สร้างแน่ๆ เขื่อน 1,400 MW กั้่นน้ำโขงที่หลวงพระบาง ใหญ่กว่าเขื่อนไซยะบูลีอีก

แผนที่ทำขึ้นจากแผนที่ของ องค์การ TERRA แสดงที่ตั้งเขื่อนหลวงพระบาง ซึ่งเป็นหนึ่งใน 7 โครงการเขื่อนผลิตไฟฟ้า ที่จะสร้างกั้นลำน้ำโขงทั้งสาย ตั้งแต่เขื่อนปากแบง ที่อยู่เหนือสุดในแขวงอุดมไซ ลงไปจนถึงเขื่อนบ้านลาดเสือ ในแขวงจำปาสักทางใต้สุด ทั้งนี้ไม่นับรวมกับเขื่่อนดอนสะโฮง ที่สร้างกั้น “ฮูสะโฮง” ทางน้ำไหลขนาดใหญ่ในระบบแม่น้ำโขงทางตอนใต้สุดของลาว โครงการเขื่อนหลวงพระบางเงียบหายไป 7 ปี กลับมาโผล่เป็นข่าวอีกครั้งหนึ่งในสัปดาห์นี้.

ASTVผู้จัดการออนไลน์ — รองนายกรัฐมนตรีที่กำกับเศรษฐกิจและการลงทุนของเวียดนาม ได้บอกกับฝ่ายลาวว่า ผู้ลงทุนจากเวียดนาม จะดำเนินการก่อสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงขนาดใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งในแขวง หลวงพระบางอย่างแน่นอน ถ้าหากคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง เห็นว่าไม่ส่งประทบต่อสภาพแวดล้อมมากมาย และได้ขอให้ลาวช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องนี้ เช่นเดียวกันกับโครงการลงทุนอื่นๆ ของนักลงทุนจากประเทศเพื่อนบ้านแห่งนี้อีกด้วย

นายหวูวันนีง (VU Van Ninh) รองนายกรัฐมนตรี ผู้เป็นอดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง และอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งรัฐเวียดนาม กล่าวถึงเรื่องนี้ระหว่างพบหารือกับนายสมสะหวาด เล่งสะหวัด รองนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับและชี้นำด้านเศรษฐกิจและการลงทุนของลาวที่ไปเยือน สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อของทางการรายงาน ซึ่งนับเป็นข่าวคราวชิ้นแรกเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างเขื่อนใหญ่ หลังจากเงียบหายไปนานถึง 7 ปี นับตั้งแต่มีการเซ็นบันทึกช่วยจำเพื่อสำรวจศึกษาโครงการ

นายวันนีงบอกกับรองนายกฯ ลาวว่า รัฐบาลเวียดนามได้ชี้นำให้ กลุ่มปิโตรเวียเดนาม รัฐวิสาหกิจน้ำมันและก๊าซแห่งชาติ ให้เข้าลงทุ่นในโครงการนี้ เช่นเดียวกันการลงทุนก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าขนาดใหญ่อีกหลายแห่งในภาคใต้ ของลาว หนังสือพิมพ์ลาวพัดทะนา ของสมาคมนักข่าวแห่งขาติรายงาน

“ท่านได้เน้นหนักว่า รัฐบาลเวียดนามได้ชี้นำกลุ่มบริษัทดังกล่าว ให้สืบต่อลงทุนโครงการนี้ ดังที่ได้ให้คำมั่นสัญญากับรัฐบาลลาว ถ้าหากว่าผลการศึกษา ตีราคา ขององค์การแม่น้ำโขงเห็นว่า โครงการนี้มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและแหล่งน้ำของแม่น้ำโขงไม่มาก..” สื่อของทางการรายงานในเว็บไซต์

บริษัทพลังงานปิโตรเวียดนาม (PetroVietnam Power Corporation) ได้เซ็นบันทึกช่วยความจำเพื่อความเข้าใจกับรัฐบาลลาวอย่างเงียบๆ ในวันที่ 14 ต.ค.2550 หรือ เมื่อประมาณ 7 ปีก่อน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการเขื่อน ที่ออกแบบให้มีกำลังผลิตไฟฟ้า 1,410 เมกะวัตต์ โดยจะใช้เวลาสำรวจศึกษาภายในเวลา 30 เดือน ไปจนถึงเดือน มี.ค.2553 สื่อของทางการเวียดนามเปิดเผยเรื่องนี้สู่โลกภายนอกในเดือน ธ.ค.ปีเดียวกัน โดยระบุว่ากลุ่มปิโตรเวียดนาม อาจจะต้องใช้เงินลงทุนถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ นั่นคือมูลค่าเมื่อ 7 ปีที่แล้ว ในขณะที่รัฐวิสาหกิจน้ำมันแห่งชาติ กำลังระดมทุนไปใช้ในการก่อสร้างโรงกลั่นแห่งแรกของประเทศ

ถึงแม้ระยะเวลาที่ระบุไว้ในเอ็มโอยูระหว่างสองฝายจะพ้นไปแล้วก็ตาม แต่ไม่เคยปรากฏข่าวคราวเกี่ยวกับโครงการเขื่อนหลวงพระบางผ่านสื่อของทั้งสอง ฝ่ายอีกเลย ซึ่งทำให้หลายคนเชื่อว่า ฝ่ายเวียดนามอาจจะถูกเลิกล้มไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่เวียดนามได้ออกประสานเสียงกับกัมพูชา คัดค้านโครงการเขื่อนไซยะบูลีขนาด 1,285 เมกะวัตต์ มูลค่า 3,000 ล้านดอลลาร์ ที่กำลังก่อสร้าง ห่างลงไปทางใต้เกือบ 200 กม.ในแขวงไซยะบูลีขณะนี้ รวมทั้งคัดค้านเขื่อนดอนสะโฮง ที่สร้างกั้นทางน้ำไหลขนาดใหญ่ ในระบบแม่น้ำโขง ทางตอนใต้สุดของลาว เนื่องจากจะส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ต่อสองประเทศเพื่อนบ้านที่อยู่ใต้ลงไป

เขื่อนหลวงพระบาง จะสร้างขึ้นทางตอนเหนือของเมืองมรดกโลกหลวงพระบาง คาดว่าจะทำให้เกิดพื้นที่น้ำท่วมตามแนวยาวของแม่น้ำ รวมประมาณ 110 ตารางกิโลเมตร นับเป็นเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่าง ถัดจากเขื่อนปากแบง ขนาด 921 เมกะวัตต์ ของกลุ่มนักลงทุนจากจีน ที่อยู่ห่างออกไปทางทิศตะวันตกราว 100 กม. ในแขวงอุดมไซ สื่อของทางการไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ อีก เกี่ยวกับผลการสำรวจศึกษาความเป็นไปได้ ของโครงการเขื่อนกั้นลำน้ำโขงขนาดใหญ่ทั้งสองแห่ง สถานะของโครางการในปัจจุบัน ตลอดจนเงื่อนเวลาที่เกี่ยวข้องต่างๆ

หลายปีมานี้ นักลงทุนจากเวียดนามได้ ยังเข้าลงทุนก่อสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้าอีก 5 โครงการในภาคใต้ของลาว ซึ่งเกือบทั้งหมดเป็นรัฐวิสาหกิจ เพื่อผลิตไฟฟ้าส่งไปจำหน่ายในเวียดนาม กับอีกส่วนหนึ่ง ขายให้ไทยและกัมพูชา ซึ่งตามรายงานล่าสุด รองนายกรัฐมนสตรีของลาวและเวียดนาม ได้แสดงความยินดี ต่อความตกลที่สองฝ่ายจะสร้างข่ายสายส่งไฟฟ้าเชื่อมระหว่างสองประเทศด้วย.

สร้างแน่ๆ เขื่อน 1,400 MW กั้่นน้ำโขงที่หลวงพระบาง ใหญ่กว่าเขื่อนไซยะบูลีอีก

องค์การ TERRA ไปถ่ายเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน ระบุว่าเป็นจุดบนล้ำน้ำโขงทางตอนเหนือของเมืองหลวงพระบาง ที่บริษัทลูกของปิโตรเวียดนาม (PetroVietnam) จะสร้างเขื่อน 1,410 เมกะวัตต์ หลังจากเซ็น MoU สำรวจศึกษาตั้งแต่เดือน ต.ค.2550 ก่อนจะเงียบหายไปนาน ถึงแม้เวลาที่ระบุในบันทึกช่วยจำ จะผ่านไปตั้งแต่ต้นปี 2553 ก็ตาม.

 

September 20, 2014

Green Groups Tell Mekong Leaders Lao Dam Evaluation Process Flawed

Green Groups Tell Mekong Leaders Lao Dam Evaluation Process Flawed

2014-09-19

Click on the link to get more news and video from original source: http://www.rfa.org/english/news/laos/fishermen-09192014174244.html

laos-xayaburi-dam-jan-2014.jpg

Construction work begins on the Xayaburi dam on the Mekong River in northern Laos, Jan. 2014.

Nearly 50 environmental groups have written to the leaders of countries along the Mekong River to revamp a regional official evaluation process for the controversial Don Sahong dam project in southern Laos, saying the current mechanism is flawed.

Their letter to the prime ministers of Cambodia, Laos, Vietnam and Thailand said the concerns of local communities impacted by the project are not being included as required by the Procedures for Notification, Prior Consultation and Agreement (PNPCA) for hydropower projects in the Mekong River Commission (MRC).

The PNPCA requires transboundary impact assessments and discussions among member countries, as outlined in a 1995 agreement that led to the formation of the MRC, which supervises development along Southeast Asia’s artery.

The Sept. 10 letter from 45 groups, including U.S.-based International Rivers, Japan’s Mekong Watch, Thailand’s Northern River Basins Network, and Vietnam Rivers Network, was sent more than two months after Lao authorities decided to open the 260-megawatt Don Sahong project to consultations and scrutiny among MRC members.

The Lao authorities said it would suspend construction of the project, the second dam to be built on the Mekong after the Xayaburi dam, but the developer, Malaysia’s Mega First Corporation Berhad, said work was continuing.

Regional threat

The Xayaburi and Don Sahong dams pose a regional security threat for the 60 million-some people in Southeast Asia who rely on fish and other products from the Mekong for their nutrition and livelihoods, environmental and conservation groups say.

“We are concerned that, as they stand, the PNPCA procedures cannot allow for a legitimate and participatory consultation process for the Don Sahong dam, and the project is set to follow the same destructive path of the Xayaburi dam, bringing further severe impacts to the Mekong and its people,” the letter said.

It said the prior consultation process for the Xayaburi dam, which is under construction, had been a “failure.”

“The limited stakeholder consultation both in number of participants and areas involved excluded many critical voices, including those of local communities in Cambodia, Laos, Thailand and Vietnam,” the letter said.

“The voices of communities must be the priority in the process related to the development of dams on the Mekong River,” it said.

The letter also said many studies indicate that if the Don Sahong dam is built, it will have “severe impacts on Mekong fish and their migration throughout the Lower Mekong River Basin.”

“This threatens the food security and livelihoods of millions of people as well as the economic and political stability of the region, due to increased tension between governments over the failures of regional cooperation,” the letter said.

“As the MRC’s mandate is not for local Mekong communities, there needs to be clarification on how local communities affected by Mekong dams can meaningfully participate in the decision-making process and how their participation will inform decisions made about whether or not a project will proceed,” it said.

“The rights of communities must be recognized.”

United they stand

Following the letter’s issuance, fishermen and villagers from Cambodia’s Tonle Sap and along the Mekong joined representatives from Thailand’s Pak Mun dam area at a conference in Bangkok this week to announce their opposition to dam construction in the Mekong Basin as well as support for including locals’ voices in transboundary impact reviews.

Residents of the Pak Mun dam area, situated nearly six kilometers (about 3.5 miles) west of the confluence of the Mun and Mekong rivers, must negotiate every year to have the dam gates opened to allow in fish from further upstream, said Somphong Viengchan, an activist who represents fisherman from the Ubon Ratchathani province in northeastern Thailand.

“If the Don Sahong is built, there won’t be fish to return to the Mun River anymore,” she said, according to a press release issued after the conference.

Fishermen from Cambodia and Thailand threw their support behind Laotians in riparian communities who want their views included in ecological impact reviews of dam projects, including Don Sahong.

A separate statement issued by the fishing community networks said the Lao government must immediately revise the decision to build the Xayaburi and Don Sahong dams and allow a cross-border study that would involve all people from Mekong communities.

“We insist that any act to prevent the people in Mekong countries from knowing about the dams or prohibiting them from raising their voices against the projects is a complete violation of human rights and our rights,” said a joint statement issued by the fishermen.

As the Lao government already has made the decision to build the Don Sahong dam, Laotians can’t do anything about it, Viengchan said at the conference.

Laotians risk arrest if they voice opposition to hydropower projects, she said.

“It is impossible for them to come out and exercise their rights,” Viengchan said. “Therefore, after the discussion, we six Thai Mekong riparian provinces have to do something to give voice via the Thai government to the Lao government about the [dam project’s] transboundary impact.”

International Rivers says the Don Sahong dam will block fish migration routes, destroy the Mekong River ecosystem and cut off the flow of sediments and nutrients.

Reported by RFA’s Lao Service. Translated by Bounchanh Mouangkham. Written in English by Roseanne Gerin.

 

 

August 24, 2014

Laos-located Don Sahong hydropower project impacts discussed

Laos-located Don Sahong hydropower project impacts discussed

 

Click on the link to get more news and video from original source:  http://english.vietnamnet.vn/fms/environment/110350/laos-located-don-sahong-hydropower-project-impacts-discussed.html

VietNamNet BridgeHydropower projects on the Mekong River, including the Don Sahong in Laos, will pose a threat to the balance of water, fish, and alluvium resources, while harming the ecosystem in the Mekong Delta region, said an expert on climate change.

Prof. Doc. Le Anh Tuan from the Research Institute for Climate Change at Can Tho University, pointed out that Don Sahong, the second hydropower project to be developed on a section of the Mekong River running though Laos, could lead to an extinction of catfish and other migrant fish species in the river.

It would also remarkably reduce the number of endemic fish in downstream areas, Tuan said at a conference held on August 21 in the Mekong Delta city of Can Tho to prepare ideas to be contributed to the proposed Don Sahong hydropower project on the mainstream of the Mekong River.

Meanwhile, Nguyen Thanh Hai, office manager of the Steering Committee for Southwestern Region, said if all 12 hydropower projects are developed upstream, 55 percent of the Mekong River will become large reservoirs. Meanwhile, downstream areas, especially the Mekong Delta region, would suffer from environmental risks, he said.

At the same time, climate change and sea level rise would lead to salinity intrusion in most of the farming areas in the region, affecting the livelihood of about 30 million residents, he said.

Nguyen Huu Thien, an independent specialist, said the whole region would be affected by decisions on hydropower development in the Mekong River – one of the greatest rivers in the world possessing a rich resource that feeds millions of people.

He emphasised that the decisions must base on thorough, quality researches with consultations from governments and communities affected.

During the event, scientists updated the development process of hydropower projects on the Mekong River mainstream, assessment of environment impact of Don Sahong dam, and consultation process for Xayabury hydropower project.

Participants discussed ways to organise the consultations on Don Sahong project and how Mekong Delta localities engage in the process in a most effective manner.

The Mekong River is the world’s 12th longest river. It runs through China, Myanmar, Laos, Thailand, Cambodia and Vietnam.

VNA/VNN

August 24, 2014

ADB: Hydropower project in Laos secures $217m loan

Hydropower project in Laos secures $217m loan

By

Infrastructure & Generation | Aug 24, 2014

Click on the link to get more news and video from original source: http://www.energylivenews.com/2014/08/24/hydropower-project-in-laos-secures-217m-loan/

Copyright: Thinkstock

The Asian Development Bank (ADB) has approved funding worth $217 million for a 290MW hydropower project in the Lao People’s Democratic Republic (Lao PDR).

The bulk of the electricity generated by Nam Ngiep 1 will be delivered to neighbouring Thailand, which relies heavily on natural gas. The project is expected to cut around 500,000 tons of carbon emissions in Thailand every year.

The Lao PDR has a hydropower potential of 20,000MW, according to the ADB.

Kurumi Fukaya, Lead Investment Specialist at ADB’s Private Sector Operations Department said: “The project is a win-win for the Lao PDR and Thailand. It will generate revenues for the Lao PDR’s economic and social development and provide Thailand with cost-efficient power.”

The facility is expected to start producing electricity in 2019.

————————-

World Bank supports hydropower sector in Laos

By

Aug 20, 2014

Click on the link to get more news and video from original source:  http://www.energylivenews.com/2014/08/20/world-bank-supports-hydropower-sector-in-laos/

Vientiane, capital of Laos. Copyright: Thinkstock
Vientiane, capital of Laos. Copyright: Thinkstock

The World Bank is supporting the renewable energy industry in Laos by providing a multi-million pound loan.

It has signed an agreement with the Government of Loa People’s Democratic Republic (PDR) for new financing worth $17.8 million (£10.7m) to help the nation manage its hydropower and mining resources.

The cash will be used for the ‘Technical Assistance for Capacity Building in the Hydropower and Mining Sectors Project’ in Laos, which is expected to help the nation meet the power and hydro demands of its neighbouring countries.

Thipphakone Chanthavongsa, Vice Minister of Finance of the Lao PDR said: “The projects will contribute to the socioeconomic development and environmental sustainability of Lao PDR.”

 

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 576 other followers

%d bloggers like this: