Posts tagged ‘Mekong River Dams’

July 16, 2014

โครงการเขื่อนกั้นลำน้ำโขงที่ “สีพันดอน” เมืองโขง แขวงจำปาสัก

ประเทศเพื่อนบ้าน

เขื่อน”ซีพี”

By on 9 กรกฎาคม, 2014

Click on the link to get more news and video from original source:  http://transbordernews.in.th/home/?p=4770

image

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ทยอยดำเนินแผนงานก่อสร้างเขื่อนทั่วประเทศทั้งหมด 5 กลุ่ม จำนวนทั้งสิ้น 92 โครงการไปเรื่อยๆ ตามเป้าหมาย “แบตเตอรี่แห่งอุษาคเนย์”

ไม่สนใจว่า เขื่อนจะทำลายล้างวิถีชีวิตคน ชุมชน และแหล่งอาหารโลกอย่างไร

จนเมื่อผมมีโอกาสไปเก็บข้อมูลวิถีชีวิตชาวประมงที่ “สีพันดอน” เมืองโขง แขวงจำปาสักอีกครั้งสัปดาห์ก่อน ตามคำชวนของโครงการพัฒนาทักษะการสื่อสาร ประเด็นสร้างเสริมสุขภาวะในพื้นที่พรมแดน

ขากลับมีโอกาสแวะสังเกตการณ์พื้นที่ก่อสร้างหนึ่งใน 92 โครงการ ความน่าสนใจอย่างยิ่งไม่เพียงเพราะกั้นแม่น้ำโขงเท่านั้น แต่ความน่าสนใจยังอยู่ตรงชื่อเจ้าของโครงการคือ “บริษัท เจริญเอ็นเนอร์ยี แอนด์ วอเทอร์ เอเชีย จำกัด” หนึ่งในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี)

ถือเป็นครั้งแรกที่ซีพีหันมาเอาดีทางธุรกิจพลังงาน หลังจากเข้าไปทำธุรกิจและอุตสาหกรรมการเกษตรในลาวมานานเกิน 20 ปี

ไม่กี่สัปดาห์ก่อน เจ้าหน้าที่บริษัทยกทีมลงพื้นที่หมู่บ้าน 4 แห่งบริเวณหัวงานสร้างเขื่อน พูดแบบสุภาพคือเก็บข้อมูล แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านในข้อดี และประโยชน์โครงการ

พูดอย่างหยาบคายคือ เป็นหนึ่งในแผนเตรียมการอพยพ 4 หมู่บ้าน ราว 1,000 หลังคาเรือนออกไปอยู่พื้นที่อื่น

เขื่อนแห่งนี้ชื่อ “เขื่อนภูงอย” (Phou Ngoy) มีกำลังผลิตไฟฟ้า 651 เมกะวัตต์ สร้างกั้นลำน้ำโขงที่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก จัดอยู่ในกลุ่มลงนามสัญญาข้อตกลงเพื่อการพัฒนาโครงการ (Project Development Agreement) แล้วเมื่อปี 2553 ลาวให้เวลาศึกษาความเป็นไปได้ในทางเศรษฐกิจ วิชาการ สิ่งแวดล้อม และสังคมจนถึงปี 2561

ย้อนกลับไปปี 2551 ชัชวาล เจียรวนนท์ ประธานบริษัท เจริญเอ็นเนอร์ยีฯ กับทองมี พมวิไซ รมช.กระทรวงแผนการและการลงทุนของลาว ร่วมเซ็นบันทึกช่วยความจำเพื่อความเข้าใจโครงการเขื่อนแห่งหนึ่งที่นคร เวียงจันทน์

ในบันทึกดังกล่าว รัฐบาลลาวอนุญาตให้เครือซีพีสำรวจและศึกษาโครงการเขื่อนกั้นลำน้ำโขงที่จุด บ้านลาดเสือ เมืองซะนะสมบูน แขวงจำปาสัก ภายในเวลา 30 เดือน หากคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ผู้ลงทุนจากไทยจะได้รับอนุญาตให้ก่อสร้าง มีอายุสัมปทาน 30 ปี

แต่ด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบ เขื่อนลาดเสือแปรเปลี่ยนมาเป็นเขื่อนภูงอย และย้ายจากเมืองซะนะสมบูนมาอยู่ปากเซ

ผมเดินขึ้นวัดภูงอย ความสูงระดับ 400 ขั้น ไปถ่ายภาพมุมสูง ดูจุดที่จะสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงบริเวณดอนเลา โดยดอนเลาจะเป็นเหมือนแกนกลางเขื่อนพอดี

พูดคุยกับชาวบ้านจึงทราบว่า ทางเจ้าหน้าที่บริษัท และเจ้าหน้าที่รัฐยืนยันว่า น้ำจะไม่ท่วมบริเวณนี้แน่ แม้ส่วนใหญ่จะรับฟังด้วยดี แต่ชาวบ้านก็ไม่เชื่อ ต่างยืนยันว่าจะไม่ยอมย้ายหนีไปไหน

“แกนนำชาวบ้านบางคนถึงกับท้าว่า มีเขื่อนวันไหน จะยืนรออยู่ตีนภูงอย ถ้าน้ำไม่ท่วมตีนภู ให้เอาปืนมายิงหัวตรงนั้นเลย”

ไม่รู้ซิครับ ขายไก่ซีพี ปลาซีพี ข้าวแกงซีพีแล้ว นี่ยังจะขาย “ไฟฟ้าซีพี” อีกเหรอ

ผลิตโภคภัณฑ์ขายจนรวยเละ ภาพลักษณ์เฟี้ยวฟ้าวแล้ว อยู่ดีไม่ว่าดี จะข้ามพรมแดนไปรบกวนชาวลาวให้เสียรังวัดทำไม

ข้อยบ่เข้าไจ๊เจ้าจิงๆ
——————-
อนึ่ง ภายหลังจากงานเขียนชิ้นนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ทางทีมประชาสัมพันธ์ของซีพีได้โทรศัพท์แจ้งมายังผู้เขียนว่า โครงการนี้ไม่อยู่ในเครือซีพี โดยนายชัชวาลเป็นหลาน มิได้เกี่ยวข้องกับกิจการซีพี

คอลัมน์ โลกนี้มีรากหญ้า มติชน 8 กค.

—————-
ประเทศเพื่อนบ้าน

ข้อเท็จจริงจากสีพันดอน-ดอนสะโฮง บนทางเลือก เขื่อน vs วิถีดั้งเดิม

By on 5 กรกฎาคม, 2014

Click on the link to get more news and video from original source:  http://transbordernews.in.th/home/?p=4744
image
ความแรงของน้ำทำให้ได้ยินเสียงดังมาแต่ไกล เมื่อเดินไปถึงริมตลิ่งเห็นไอน้ำฝอยฟุ้งตามโตรกหินต่างๆ ขณะที่เรือน้อยลำหนึ่งยังสามารถแล่นฝ่าสายน้ำเชี่ยวกรากได้อย่างน่าอัศจรรย์ ใจ แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่ ทั้งที่เป็นเจ้าของหลี่และทีมงาน รวมทั้งพ่อค้าที่มารับซื้อปลา กำลังนั่งคุยฆ่าเวลาเพื่อเตรียมตัวลงหลี่ในช่วงบ่ายแก่ๆ
หลี่เป็นเครื่องมือจับปลาขนาดใหญ่ที่นิยมใช้กันในเมืองโขง แขวงจำปาสัก ทางตอนใต้สุดของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)
ทีมงานโครงการพัฒนาทักษะการสื่อสารทำข่าวสืบสวนฯ พร้อมด้วยนักข่าว 4-5 คนยืนอยู่ที่บริเวณตาดโพ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของฮู (รู)สะโฮง แขนงของแม่น้ำโขงที่แตกกระจายเป็นช่องน้ำต่างๆมากมายเมื่อ “น้ำโขง”หรือ “น้ำของ”ไหลมาถึงสีพันดอน หรือ 4,000 ดอนปลายเดือนมิถุนายน 2557 พวกเราเดินทางเข้าไปสู่เมืองโขง ภายหลังจากชาวบ้านส่งข่าวมาแจ้งว่าฤดูกาลจับปลากำลังเริ่มต้นขึ้น และกองทัพปลากำลังเคลื่อนตัวจากทางใต้สู่สีพันดอน เราจึงเร่งสำรวจฮูสะโฮงในช่วงฝนนี้ เพราะหวั่นใจว่าอีกไม่นานสภาพความอุดมสมบูรณ์ที่เห็นอยู่ในเบื้องหน้าจะกลาย เป็นเพียงอดีต เพราะรัฐบาลลาวได้ให้สัมปทานแก่นักลงทุนสัญชาติมาเลย์ในการสร้างเขื่อนปิดฮู สะโฮง ในวันที่พวกเรากำลังลงพื้นที่อยู่นั้น อีกด้านหนึ่งคณะมนตรีแม่น้ำโขงก็ได้จัดประชุม MRC Council Meeting ขึ้นที่กรุงเทพฯการประชุม 4 ประเทศสมาชิก คือลาว ไทย กัมพูชา เวียดนาม ได้มีวาระหารือสำคัญ คือกรณีเขื่อนดอนสะโฮง ซึ่งตั้งแต่ปลายปีที่แล้วสปป.ลาว ได้ยื่น “แจ้งล่วงหน้า” หรือ Prior Notification ตามข้อตกลงแม่น้ำโขง พ.ศ.2538 โดยถือว่าการสร้างเขื่อนครั้งนี้เป็นอธิปไตยของตน ในขณะที่เวียดนาม กัมพูชา รวมทั้งไทย ได้แสดงความไม่พอใจและต้องการให้ลาวเข้ากระบวนการ “ปรึกษาหารือล่วงหน้า” หรือ Prior Consultation เนื่องจากเห็นว่าเขื่อนแห่งนี้อาจมีผลกระทบข้ามพรมแดนไปถึงประเทศอื่นๆ และเรียกร้องให้ชะลอโครงการไป 10 ปีเพื่อศึกษาผลกระทบให้รอบคอบimage

ท่าทีจาก 3 ประเทศตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาทำให้ในครั้งนี้ทางการลาวยอมถอย 1 ก้าว อย่าไรก็ตามนายวีระพง วีระวง ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ของลาวยังยืนยันชัดเจนว่า “ด้วยความร่วมมือ รัฐบาลลาวจะเดินหน้าพัฒนาโครงการ (เขื่อนดอนสะโฮง) อย่างรับผิดชอบและยั่งยืน”

กระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า มีขั้นตอนคือลาวส่งเอกสารโครงการให้แก่ MRC และประเทศสมาชิก จากนั้นแต่ละประเทศจัดเวทีหารือ ตามแต่ที่กำหนดไว้ในกฎหมายของประเทศตน (กรณีเขื่อนไซยะบุรี ไทยจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน 3 ครั้ง แต่ชาวบ้านเห็นว่าไม่เพียงพอจนนำมาซึ่งการฟ้องศาลปกครอง ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งรับฟ้องคดีสัญญารับซื้อไฟฟ้าเมื่อปลายเดือน มิย. )

กระบวนการนี้มีกรอบเวลา 6 เดือน เท่ากับว่าการก่อสร้างยังไม่ควรเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีนี้ แต่นายฮันส์ กุตส์แมน ผู้บริหาร MRC ก็ได้ออกตัวว่าไม่มีกระบวนการให้ประเทศสมาชิก “โหวต” ไม่ให้ก่อสร้างเขื่อนน้ำโขง แม้จะเกิดประเด็นข้ามพรมแดนก็ตาม

ความคลุมเครือจากที่ประชุมMRC เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด ขณะที่ชาวบ้านที่หากินอยู่กับปลา อยู่กับหลี่ แทบไม่เคยรับรู้ข่าวสารใดๆ และได้แต่ก้มหน้าเผชิญชะตากรรมเมื่อทางการลาวสั่งเตรียมตัวห้ามหาปลาโดยใช้ หลี่
“เขาบอกว่าปีนี้ให้ทำหลี่ได้เพราะเรายังไม่มีอาชีพอื่น แต่ผมก็ไม่รู้ว่าเขาจะห้ามเด็ดขาดเมื่อไหร่ เพราะฮูอื่นๆทั้งที่ฮูช้างเผือก ฮูสะดำ เขาห้ามทำหลี่แล้ว ผมคิดว่าพอเขาสร้างสะพานเสร็จก็คงห้ามเรา” พ่อตัน (นามสมมุติ) คนหาปลาบอกถึงความกังวลใจ แกมีหลี่อยู่ 3 หลัง แต่ปีนี้น้ำท่วมไปแล้ว 2 หลังซึ่งก็ได้ปลาไปแล้วมากพอสมควร เหลืออีก 1 หลังซึ่งยังได้ปลาอยู่วันละนับร้อยกิโลกรัม
ตาดโพเป็นระบบนิเวศที่สำคัญของฮูสะโฮง และชาวบ้านใช้เป็นพื้นที่สร้างหลี่และลวง หากเมื่อใดสร้างเขื่อนปิดท้ายฮูสะโฮงสำเร็จ บริเวณนี้จะกลายเป็นอ่างเก็บน้ำที่ไม่เหลือร่องรอยของตาดโพและหลี่อีกต่อไป

เฉพาะที่ตาดโพมีหลี่อยู่ 20 กว่าหลัง และลวง 7 หลัง ทั้งหลี่และลวงเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนสีพันดอนอันน่าทึ่ง โดยหลี่อาศัยความเชี่ยวกราดของกระแสน้ำให้เป็นประโยชน์ ซึ่งโดยธรรมชาติของปลาจะว่ายทวนน้ำขึ้นไปหากินและวางไข่โดยเฉพาะในฤดูน้ำ หลาก หลักการของหลี่คือปลาตัวใดที่ไม่สามารถต้านความแรงของน้ำได้ก็จะไหลตาม น้ำตกลงไปในหลี่ที่วางอยู่ตามฮูน้ำต่างๆ แต่ไม่ใช่ว่าทุกฮูจะสร้างหลี่ได้ ตรงนี้เป็นภูมิปัญญามาตั้งแต่ครั้งบรรพบุรุษ เพราะต้องรู้ว่าฮูใดมีปลาว่ายและหากหมดแรง ปลาจะตกมาในทิศทางใด

ส่วนลวงนั้น หลักการก็เหมือนลอบดักปลาในบ้านเรา เพียงแต่สร้างเป็นกรงใหญ่สี่เหลี่ยมโดยหล่อเสาหลักให้แน่น เพื่อให้ต้านทานความแรงของสายน้ำ และขังปลาขนาดใหญ่ไว้ได้

“หลี่ของพ่อเป็นมรดกมาจากบรรพบุรุษ ไม่รู้ว่ากี่รุ่นต่อกี่รุ่น ตั้งแต่จำความได้ก็ตามปู่ ตามพ่อ ไปหลี่แล้ว รวมๆแล้วหลี่นี่น่าจะอายุเป็นร้อยๆปี สมัยก่อนปลามากมายกว่านี้ บางปีหนักถึงขนาดหลี่แตก เพราะเราเข้าไปเก็บปลาไม่ทัน ขนาดจ้างคนช่วยกันขน ก็ยังไม่ทัน พอปลามันอัดกันมากๆแล้วโดนกระแสน้ำแรงๆ หลี่ก็แตก เราเจอเหตุการณ์แบบนี้มาหลายครั้งแล้ว บางทีต้องรีบตักปลาทิ้งอย่างไม่เสียดาย” พ่อตันเล่าถึงบรรยากาศในวันที่กองทัพปลามาถึงเมื่อครั้นอดีต
ผู้เฒ่าบอกว่าที่ผ่านมาทางการลาวได้ปิดประกาศห้ามหาปลาโดยใช้หลี่ โดยแจ้งว่าจะหาอาชีพใหม่มาทดแทน แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีอะไรชัดเจน ที่สำคัญคือยังไม่มีใครพูดถึงเรื่องค่าชดเชยใดๆ “ต่อให้ใครมาซื้อสัก 200 ล้านกีบ พ่อก็ไม่ขาย เพราะหลี่หากิน หาอยู่ได้ทุกปี แค่ปีที่แล้วเพียงปีเดียว เราได้เงินจากการขายปลาคนละ 20 ล้านกีบ จากจำนวนคนทั้งหมด 7 คน พ่ออยากเก็บหลี่ไว้ให้ลูกให้หลานได้มีอยู่มีกิน เหมือนที่ปู่และพ่อยกสมบัติชิ้นนี้ให้เรา”
แต่ดูเหมือนความต้องการของพ่อตันกับความเป็นจริงจะสวนทางกัน เพราะขณะนี้บริษัทที่ได้รับสัมปทานสร้างเขื่อนกั้นฮูสะโฮงได้เริ่มสร้าง สะพานจากแผ่นดินใหญ่บริเวณเวินคามมาสู่ดอนสะดำซึ่งอยู่ติดกับฮูสะโฮง เพื่อขนเครื่องมือและอุปกรณ์หนักเข้ามาใช้สำหรับสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ แต่เขื่อนดอนสะโฮง มีกำลังผลิตติดตั้งเพียง 260 เมกกะวัตต์ เทียบได้เป็น 2 เท่าของเขื่อนปากมูลเท่านั้น

“หากเขามาสร้างเขื่อนจริงๆ เราจะไปทำอะไรได้ รัฐบาลว่าอย่างไร เราก็ต้องทำตามนั้น” น้ำเสียงของพ่อเฒ่าดูเหมือนปลงตกและยอมจำนนต่อโชคชะตา เช่นเดียวกับคนเล็กคนน้อยทั่วไปในลาว สุดท้ายเมื่อทางการอ้างถึง“ประโยชน์ส่วนรวม” ก็ยากที่จะตั้งคำถามอื่นใด

เย็นย่ำแล้ว ชาวบ้านบางส่วนกำลังช่วยกันต้อนปลาอยู่ในลวงพร้อมกับมีเสียเฮเล็กๆทุกครั้ง เมื่อได้ปลาเพี้ยขนาด 2-3 กิโลกรัม ขณะที่อีกหลายคนช่วยกันหอบหิ้วปลาขนาดใหญ่ที่ได้จากหลี่ขึ้นมาขายพ่อค้าคน กลาง ส่วนปลาเล็กแบ่งกันเป็นกองๆ เพื่อเอากลับไปทำกินที่บ้าน

แม้ปีนี้จะได้ปลาไม่เยอะเหมือนปีก่อน แต่พวกเขายังหวังว่าในปีต่อๆไปจะยังมีโอกาสหาปลาที่ตาดโพเช่นเดิม เหมือนกับวิถีที่เคยเป็นมานับร้อยๆปี

เรื่อง และภาพโดย โลมาอิรวดี

————-

ประเทศเพื่อนบ้าน

ข้อเท็จจริงจากสีพันดอน-ดอนสะโฮง บนทางเลือก เขื่อน VS วิถีดั้งเดิม (จบ)

By on 11 กรกฎาคม, 2014

Click on the link to get more news and video from original source:  http://transbordernews.in.th/home/?p=4785

image

เรือน้อย 4 ลำวิ่งลัดเลาะยอดลำแซงที่โผล่พ้นน้ำมาแค่ยอดไม้ ซึ่งเมื่อไม่กี่วันก่อนบริเวณนี้ยังคงเป็นป่าดอนริมน้ำโขง แต่พอกลางเดือนมิถุนายน น้ำได้สูงเอ่อขึ้นจนท่วมท้น ซึ่งเป็นวัฎจักรประจำปีของระบบนิเวศในสีพันดอน ดินแดนทางตอนใต้ของประเทศลาว

เมื่อน้ำใหญ่มาถึง หรือเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก นั่นหมายถึงเทศกาลจับปลาครั้งใหญ่มาถึงแล้วเช่นกัน ทั่วทั้งเมืองโขง แขวงจำปาสัก จึงคึกคักเป็นอย่างมาก ไม่น่าเชื่อว่าสัตว์น้ำประเภทเดียวที่ชื่อ “ปลา”จะทำให้ระบบเศรษฐกิจทั้งเมืองหมุนเวียนเติบโตอย่างมีชีวิตชีวา

ช่วงปลายเดือนมิถุนายนจนถึงต้นเดือนกรกฎาคม 2557 สื่อมวลชนกลุ่มเล็กๆโดยการสนับสนุนของทีมงานโครงการพัฒนาทักษะการสื่อสารทำ ข่าวสืบสวนฯ ได้ชักชวนกันมาสำรวจความอุดมสมบูรณ์ของแม่น้ำโขงในฤดูที่กองทัพปลากำลังมา เยือนสีพันดอน

นอกจากได้เห็นปลามากมายที่กองอยู่ในตลาดนากะสังซึ่งเป็นสถานที่รับซื้อ ปลาใหญ่ที่สุดในเมืองโขงแล้ว พวกเรายังได้ตระเวนดูการจับปลาด้วยวิธีต่างๆโดยเฉพาะ “หลี่” ซึ่งได้ปลาคราวละมากๆ

image

พวกเราเดินทางไปยังดอนคอนเกาะ ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองโขงและติดกับชายแดนลาว-กัมพูชา โดยต้องนั่งเรือลำเล็กเพราะต้องลัดเลาะเกาะแก่งต่างๆ และน้ำอันเชี่ยวกรากในหลายช่วงซึ่งเรือใหญ่ไม่สามารถไปได้ ที่สำคัญคือคนขับเรือต้องมีความรู้ความชำนาญพื้นที่พอสมควร

เมื่อใกล้ถึงดอนคอนเกาะ เห็นกำแพงน้ำมาแต่ไกล โดยบริเวณดังกล่าวในหน้าแล้งจะเห็นเป็นน้ำตกจากหน้าผาใน 3 จุดที่ชาวบ้านเรียกว่าคอนฝั่ง คอนขามและคอนหลง แต่พอถึงหน้าน้ำ เมื่อแม่น้ำโขงยกระดับขึ้น ทั้ง 3 คอนได้เชื่อมต่อกันกลายเป็นกำแพงน้ำขนาดใหญ่ยาวนับกิโลเมตร

“ปีนี้เราได้ปลากันไม่เยอะ เพราะน้ำมาเร็วและเป็นน้ำที่ใส ไม่เหมือนปีก่อนๆที่พอฝนตกแล้วน้ำค่อยๆมาและเป็นน้ำขุ่น ทำให้ปลามาไม่ทัน กว่าปลาจะมาถึงน้ำก็ท่วมหลี่ไปเยอะแล้ว” พ่อเฒ่ารายหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของหลี่บนดอนคอนเกาะ เล่าถึงสถานการณ์การหาปลาในปีนี้ ซึ่งตรงกับคำบอกเล่าของคนหาปลาในหลายแห่ง

image

“ปีนี้เพิ่งได้ปลาไปไม่กี่ร้อยโล” คำพูดของแกดูเหมือนพูดเล่น ทำเอาคนนอกตาโต แต่ในความเป็นจริง คนที่นี่เขานับปลากันเป็นตัน เพราะแต่ละปีมีปลาลงหลี่มากมาย บางหลี่ปีเดียวได้ปลานับสิบตัน

นอกจากในช่วงต้นฝนเดือน 6-7 ที่ได้ปลากันมากๆแล้ว ช่วงเดือน 9 ปลาจะลงหลี่มากอีกครั้ง โดยเฉพาะในย่านตอนคอนเกาะ

สีพันดอนในซีกตะวันตกนี้ มีคอนและเกาะแก่งมากมาย ซ่อนเร้นความอุดมสมบูรณ์และความงามของน้ำตกไว้ให้ชวนอัศจรรย์ใจ

แต่ที่น่ากังวลคือขณะนี้มีโครงการสร้างเขื่อนอย่างน้อย 2 แห่งกำลังล้อมกรอบสีพันดอน โดยโครงการแรกคือเขื่อนดอนสะโฮง ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ แม้ล่าสุดในการประชุมคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (เอ็มอาร์ซี) ที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ ทางการลาวจะมีท่าทีรับฟังเสียงท้วงติงของเวียดนาม กัมพูชา และไทย มากขึ้น และยอมให้โครงการเขื่อนดนสะโฮงเข้าสู่กระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้า ตามข้อตกลงแม่น้ำโขง พศ. 2538 แต่ยังประกาศเดินหน้าพัฒนาเขื่อนดังกล่าวต่อไป

ขณะที่ด้านเหนือขึ้นมาจากสีพันดอน บริเวณดอนเลา ใกล้วัดภูงอย ห่างจากเมืองปากเซ เมืองเอกของแขวงจำปาสักเพียง 14 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานีราว 50 กิโลเมตร บริษัทสัญชาติไทยในนามบริษัทเจริญวอเตอร์แอนด์เอนเนอร์ยี เอเชีย ในเครือซีพี กำลังสำรวจข้อมูลในชุมชน เพื่อพัฒนา “โครงการเขื่อนภูงอย” หรือ “ลาดเสือ 2 “

image

“คณะสำรวจได้แจ้งชาวบ้านเบื้องต้นว่าหากสร้างเขื่อนแห่งนี้ต้องอพยพ ประชาชนออกจากพื้นที่ จำนวน 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านผักแพว บ้านนาขอนแก่น บ้านดอนปาข่อ และบ้านมอพุ รวมราว 1,000 หลังคาเรือน“ ชาวบ้านในพื้นที่รายหนึ่ง ยืนยันการเดินหน้าของโครงการสร้างเขื่อนภูงอย

เขื่อนภูงอยจะกั้นแม่น้ำโขงในลาวเป็นแห่งที่ 2 นอกจากเขื่อนไซยะบุรีที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งเมื่อปลายเดือนมิถุนายน ศาลปกครองสูงสุดก็ได้มีคำสั่งรับฟ้อง กรณีที่ชาวบ้านไทย 37 คน ในเครือข่ายประชาชนไทย 8 จังหวัดลุ่มน้ำโขง ได้ฟ้องการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และอีก 4 หน่วยงานรัฐ ซึ่งลงนามสัญญารับซื้อไฟฟ้าจากเขื่อนไซยะบุรีโดยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของ ประเทศไทย

คะเนจากจุดสร้างเขื่อนภูงอยซึ่งเป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงแผ่ออกกว้างเกือบ กิโลเมตร เดาได้ว่าเขื่อนภูงอยจะมีกำลังผลิตติดตั้งไม่ต่ำกว่า 1,000 เมกกะวัตต์ แต่จนถึงวันนี้ข้อมูลเขื่อนยักษ์แห่งนี้กลับมีการเปิดเผยสู่สังคมน้อยมาก

“เราไม่เคยได้ยินว่าจะมีการสร้างเขื่อนข้างบนเลย เคยได้ยินแต่ที่ดอนสะโฮง” ชาวบ้านรายหนึ่งที่กำลังหิ้วปลาพวงใหญ่กลับจากหลี่แสดงอาการกังวลอย่างเห็น ได้ชัดเมื่อได้ยินข้อมูลเกี่ยวกับสร้างเขื่อนแห่งใหม่บนแม่น้ำโขง

“ปีนี้เราได้ปลาน้อย ผมว่ามันก็น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งมาจากเขื่อนในจีน เพราะน้ำเหนือที่ไหลมาน่าจะเป็นน้ำจากเขื่อน ไม่ใช่น้ำธรรมชาติ เพราะมันใส” เขาคาดเดาปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้น ณ สีพันดอน ในปีนี้

“ด้านล่าง เขาก็ระเบิดหินในฮูสะดำและฮูช้างเผือกไปเมื่อปีก่อนแล้ว ทำให้ปีนี้ปลาไม่ค่อยมาที่นี่”

ฮูสะดำและฮูช้างเผือกที่เขาพูดถึงคือช่องน้ำ 2 ด้านที่ขนานกับฮูสะโฮง ซึ่งบริษัทสัมปทานสร้างเขื่อนได้ระเบิดหินในลำน้ำเพื่อให้ปลาว่ายทวนกระแส น้ำขึ้นมายังด้านบน และห้ามชาวบ้านใช้หลี่ในบริเวณดังกล่าว ทำให้ความเดือดร้อนส่งผลกระทบกันเป็นลูกโซ่

สองโครงการเขื่อนที่จะปิดหัวปิดท้ายมหานทีสีพันดอน ทำให้วังเวงใจว่าหากกลไกในภูมิภาคที่มีอยู่สำหรับ 4 ประเทศลุ่มน้ำโขงนั้นไม่สามารถทัดทานโครงการใหญ่ที่สร้างผลกระทบร้ายแรงต่อ ประชาชนนับล้านๆ คนได้

สีพันดอนแหล่งประมงน้ำจืดใหญ่แห่งลุ่มน้ำโขง เคยสะสมความมั่นคั่งด้วยกองทัพปลา จนสามารถสร้างอาณาจักรโบราณอันยิ่งใหญ่ก่อนนครวัด-นครธม วันนี้กำลังสายน้ำกำลังถูกสร้างกำแพงยักษ์กั้น และกองทัพปลากำลังถูกปิดกั้น

หรือวิถีวัฒนธรรมอันยาวนานของคนและปลากำลังในสีพันดอนกำลังกลายเป็นตำนาน

เรื่องและภาพโดย โลมาอิรวดี

April 5, 2014

Laos recommended to consult MRC again on new hydropower project

Tuoi Tre - Tuoi Tre News

Laos recommended to consult MRC again on new hydropower project

Click on the link to get more news and video from original source:  http://tuoitrenews.vn/society/18845/laos-recommended-to-consult-mrc-again-on-new-hydropower-project

Thoai Tran

Updated : 04/05/2014 20:00 GMT + 7

Nguyen Minh Quang (1st, left), Minister of Natural Resources and Environment, Prime Minister Nguyen Tan Dung(2nd, left), and Ha Kim Ngoc, Minister of Foreign Affairs, at the last press conference of MRC Summit 2014.  Thoai Tran

Laos Government should consult Mekong River Commission (MRC) on the construction of a new hydropower project which is projected to begin late this year, said Vietnamese senior state officials at a recent press conference of the 2nd MRC Summit 2014 in Ho Chi Minh City.

Laos officially announced its plan to build the 260MW Don Sahong hydropower project on the river in October last year, the second move after the Southeast Asian country publicized its plan to build Xayaburi hydropower project on the Mekong River in November 2012.

When asked by Tom Fawthrop, the English collaborator of the UK magazine The Economist, at the conference held to conclude the 4-day event, Nguyen Minh Quang, Minister of Natural Resources and Environment said Laos should consult with other MRC members again about the project before taking any move.

“Though already being informed by Lao side that work on the project will be started by the end of this year, both the Vietnamese and Cambodian sides have agreed that Laos should comply with the 1995 MRC Mekong Agreement,” Quang said.

According to the agreement, all MRC member countries should consult with the remaining MRC members when they want to build a new hydropower project on the mainstream of the Mekong River, and in this case it is the Don Sahong project, Quang added.

“In addition, we [Vietnamese and Cambodian governments] also recommended Laos only to begin work on the project after new rules comes into effect. The new rules will be released as soon as the environmental assessments of hydropower plants on the mainstream of the river jointly conducted by the three countries for the period ending by 2015 complete,” he said.

“In the yesterday meeting between Vietnamese Prime Minister Nguyen Tan Dung and his Cambodian and Laotian counterparts, Prime Minister Dung and Prime Minister Hun Sen also suggested Laos to reconsider the recommendation of Vietnam and Cambodia,” Quang said.

“We think that Laos have taken our recommendations very seriously,” Ha Kim Ngoc, Minister of Foreign Affairs, said at the conference.

“Laos officials have told us that as they carried out the hydropower plants on the mainstream of the Mekong River, they weigh both the benefits those project may bring to Lao people and the side effects on Cambodian and Vietnamese people very carefully.”

“Once they find that the side effects are greater than expectation, they will surely adjust the projects [to fit with the new circumstance],” he added.

 

“The Lao Government has notified the Mekong River Commission (MRC) of its decision to proceed with the development oftheDonSahong Hydropower ProjectintheSiphandone area of Southern Laos.The run-of-the-river dam will operate continuously year-round and produce 260 megawatts of electricity. In its notification, submitted to the MRC Secretariat and dated 30 September 2013,LaoPDR also provided the complete technical feasibility study , including the project’s social and environmental impact assessments and fisheries study which will be shared with the other MRC Member Countries—Cambodia, Thailand and Vietnam.According to the Government of LaoPDR, the project’s construction is expected to start in November 2013 and finish by February 2018. The commercial operation is set to begin in May 2018. The energy generated by the project will be fully sold to the national power utility,Electricite du Laos (EDL), to supply the increased domestic power demand.”

(Press release dated 3rd Oct 2013 on the official MRC website)

press-4-4-14a.jpg   3rd April 2014 , Vientiane, Lao PDR

International experts call for Mekong leaders to look beyond water to achieve real impact

Intensified and balanced interactions are key to achieve practical goals to tackle climate change woes amidst increased water, energy and food demands, concluded an International Conference


—————————–

Related News:

 

INTERNATIONAL

Mekong leaders adopt Ho Chi Minh City Declaration

Click on the link to get more news and video from original source: http://tuoitrenews.vn/international/18842/mekong-leaders-adopt-ho-chi-minh-city-declaration

Tuoitrenews

Updated : 04/05/2014 13:45 GMT + 7

Accelerating basin-wide studies to reduce negative impacts and battling natural disaster woes are among key priorities for Mekong nations as the second Mekong River Commission summit concluded in Ho Chi Minh City on Saturday.

Heads of government of Cambodia, Lao, Thailand and Vietnam Saturday reaffirmed their commitment to the Mekong cooperation, to follow up the implementation of the Hua Hin Declaration of 2010, and set priorities for the Mekong River Commission, including the need to expedite studies and research for sound advice and recommendations on development that will increasingly place burdens on Mekong resources.

The Ho Chi Minh City Declaration was adopted by the premiers of Vietnam, Cambodia and Laos, and the Special Envoy of Thailand.

Among its conclusions, the leaders stated that The MRC Council Study and the Mekong Delta Study will provide a basis for better understanding about potential risks and benefits of development initiatives.

At the end of the 2nd MRC Summit, the national leaders also set other priorities for the Mekong River Commission to take action to address regional opportunities and challenges over the next decade including population growth, increasing demand for water, food and energy and climate change.

The Council Study on Sustainable Management and Development of the Mekong River, including the impacts of mainstream hydropower projects has been initiated by the MRC Council which comprises water and environment ministers at their annual Meeting in December 2011.

The Council Study aims to provide a better picture on potential transboundary impacts due to mainstream developments.

“To address such challenges, national efforts are not enough.

“We need to strengthen regional cooperation, particularly among the riparian countries, both upper and lower, through multilateral and sub-regional mechanisms such as the MRC,” said Vietnamese Prime Minister Nguyen Tan Dung, whose country hosted the 2nd MRC Summit.

“We note that the development of water resources of the Mekong River Basin has contributed largely to the socio-economic development of the region, such as for navigation, energy and food production, but also has negative environmental and social impacts in the Basin that need to be fully and effectively addressed,” the leaders said in the Ho Chi Minh City Declaration they adopted at the 2nd MRC Summit.

The MRC will focus on avoiding, reducing and mitigating risks to river ecology, food security, livelihoods and water quality posed by intensive agriculture, aquaculture and irrigation as well as hydropower, navigation and other development activities, the Declaration says.

The document acknowledges the progress made since the 1st Summit in Hua Hin in 2010 and reiterates the need for the Member Countries to work through the mechanisms of the MRC to manage the shared waters.

“The MRC should be measured in how it fosters international cooperation and in the end how the outcomes of the cooperation is producing improvements in society, the environment and economic development,” said Hans Guttman, Chief Executive Officer of the Mekong River Commission Secretariat.

The leaders also prioritized further efforts to reduce the risks of floods and droughts and the effects of sea level rise in the Mekong Basin.

In battling the effects of natural disaster, leaders stressed that the Mekong Countries recognize that climate change will continue to alter the hydrological regime of the basin and consequently effect livelihoods and economies in the region.

The MRC will look ahead and set a clear direction, identifying new opportunities and addressing challenges to come up with the next strategic plan and to engage more meaningfully not only with development partners but also all other stakeholders, especially civil society.

The heads of government reaffirmed their political commitment to implement the 1995 Mekong Agreement and commit to enhance and strengthen the MRC’s relationships and cooperation with Dialogue Partners, China and Myanmar and Development Partners.

 

 

 

April 3, 2014

Environment Groups Plan to Oppose Laos Mega Dams

Environment Groups Plan to Oppose Laos Mega Dams

Click on the link to get more news and video from original source:  http://www.voanews.com/content/environment-groups-plan-to-oppose-laos-mega-dams/1882888.html

Gabrielle Paluch

April 3rd 2014

FILE – Ethnic Vietnamese fishermen collect catches from the Mekong river near Arey Ksat village at the outskirt of Phnom Penh, Cambodia, Feb. 6, 2014.

Ahead of this week’s meeting of the Mekong River Commission, 39 international environmental groups called on the government to halt construction on the Xayaburi dam before February 2015.  The declaration also called on the government of Thailand to cancel its agreement to buy electricity generated by the dam.

The Xayaburi is the first of 11 proposed dams to be built on the Lower Mekong River. The $3.8 billion, Thai-financed dam is intended primarily to produce electricity for the Thai market. Officials from countries in the region have been regularly meeting to discuss the planned dams, and review assessments of their environmental impact on a river basin that is a critical food source for some 60 million people.

The World Wildlife Fund’s Marc Goichot, who is a regional expert on hydropower says more time is still needed to review these projects.

“The Xayaburi project will only contribute about 2% to the demand of Thailand and the demand of Thailand doesn’t really need the project until 2026, so there’s no rush,” said Goichot. “The suspension of this power-purchasing agreement will give time to all parties to study the impact.”

Construction has already begun on the Xayaburi dam, despite objections voiced by downstream countries Vietnam and Cambodia. Activists now hope they can stop the project before a coffer dam is built next February, which would divert water to allow construction of the main dam on the riverbed. The World Wildlife Fund says this would be the first step in the construction process to cause major irreversible damage to the river’s ecosystem.

The Mekong Agreement, signed by Laos, Thailand, Cambodia and Vietnam in 1995, precludes construction from going forward without mutual consent from other governments.

An initial assessment of the environmental impact was said to fall short of international standards, and further impact assessments are ongoing. At the MRC’s last summit, the governments of Vietnam and Cambodia requested that construction be halted for 10 years, or until the impact can be accurately assessed.

—————————

 

March 31, 2014

Mekong Dams: Opposition Grows to Laos’ Mega Dams Ahead of Summit

(The Cambodia Daily (subscription))

Opposition Grows to Laos’ Mega Dams Ahead of Summit

Click on the link to get more news and video from original source:   http://www.cambodiadaily.com/news/opposition-grows-to-laos-mega-dams-ahead-of-summit-55246/
By and | March 31, 2014

Protesters take to the Mekong River in Stung Treng province on Saturday to demand a halt to Laos’Don Sahong dam project, which they say will impact the livelihoods of people living along the river. (Lyda Ngin)

Leading conservation groups on Sunday issued a joint declaration opposing the construction of Laos’ controversial Xayaburi hydropower dam as communities in northeastern Cambodia staged protests on Saturday against the project, which experts say could harm millions of people living downstream.

The joint declaration, signed by 39 environmental groups, comes ahead of this week’s Mekong River Commission (MRC) summit in Ho Chi Minh City during which high-level delegations from Cambodia, Vietnam, Laos and Thailand will address the impact of dam development on the Lower Mekong region.

The Xayaburi dam is the first of 10 proposed dams on the mainstream Lower Mekong River and the Lao government, despite fierce resistance from Cambodia and Vietnam, has pushed ahead with its development, making it a test case for the MRC’s goal of achieving regional consensus before dam-building goes ahead.

“[T]he Xayaburi hydropower project in Lao PDR is one of the potentially most damaging dams currently under construction anywhere in the world” and “constitutes the greatest trans-boundary threat to date to food security, sustainable development and regional cooperation in the Lower Mekong River basin,” the declaration says.

Amid mounting evidence that the dam will cause irreversible damage to biodiversity, fish stocks and human livelihoods, the signatories have set a one-year deadline to achieve a halt on construction so that the MRC’s study on the potential long-term effects of large-scale dams can be completed.

“The Mekong Summit is the critical moment for Cambodia and Vietnam to take a strong stance and make their concerns heard loud and clear before it is too late,” Kraisak Choonhavan, former chairman of Thailand’s Senate Foreign Affairs Committee, said in the statement.

The groups are also calling on Thailand to pressure Laos by pulling out of its agreement to purchase most of the electricity generated by the Xayaburi dam, and asking the consortium of six Thai banks financing its construction to reconsider the effect on their reputations of bankrolling a potentially devastating project.

Laos has also announced that a second mainstream dam, the 256-MW Don Sahong dam—just 1.5 km from the Cambodian border —will also go ahead without regional consultation, despite the fact that studies have shown it threatens the entire ecosystem of the Lower Mainstream Mekong by blocking the only channel in southern Laos that allows year-round fish migration.

Communities Take to the River

On Saturday, more than 200 protesters in Stung Treng province took to the Mekong River in boats to draw attention to the danger the Don Sahong dam presents to local communities and wildlife, such as the critically endangered Mekong River dolphin.

Villagers—including students and local officials—gathered at Preah Romkil pagoda in Thal Borivat district at 8 a.m. and traveled by boat to an area of the river inhabited by the dolphins, according to Vong Kosal, a legal officer for NGO Forum, which last week drafted a petition calling for the immediate halt of the dam.

“We are collecting thumbprints from all participants and will send them to the [Cambodian] government to convey our concerns with the other heads of states at [MRC] summit in Vietnam,” Mr. Kosal said.

A separate protest on Saturday in Kratie province saw another 200 people board 42 boats in Sambor district for a seven-hour journey to raise alarm among communities living along the Mekong River.

“We have prepared an open letter and will send our message to the four countries attending the summit to stop construction of the [Don Sahong] project,” said Sam Sovann, executive director of the Northeastern Rural Development Organization.

Elsewhere, Some 200 ethnic Chong villagers in Koh Kong province’s Areng Valley will today submit a petition to the provincial government office as part of an ongoing protest against the imminent construction of the Stung Chhay Areng dam.

Development of the dam by Chinese company Sinohydro (Cambodia) United Ltd., local environmental groups argue, will lead to hundreds of evictions and require the flooding of thousands of hectares of land, including areas of the Cardamom Protected Forest considered sacred to the Chong.

“The villagers want the general public to know that their ancestral land is threatened by the development of this dam,” said Ing Kongcheth, provincial coordinator for rights group Licadho.

“They want the dam project canceled—the damage it will cause if it goes ahead is huge.”

(Additional reporting by Hul Reaksmey)

pheap@cambodiadaily.com, henderson@cambodiadaily.com

© 2014, The Cambodia Daily. All rights reserved.

——————

Hundreds protest Laos dam

Yin Vuth, one of hundreds of Cambodians who protested against the Don Sahong dam over the weekend, said that if construction on the project in Laos goes ahead, the fish will disappear, and once the fish disappear, the dolphins will be next. “All we will …

Environmental groups oppose controversial Laos dam on eve of regional summit

Nevertheless, Laos is marching ahead with construction without agreement among its neighbors,” said Kraisak Choonhavan, leading environmental activist and former chairman of Thailand’s Senate Foreign Affairs Committee. “The Xayaburi project severely …

Environment Groups Plan to Oppose Laos Mega Dams

BANGKOK, THAILAND — This week officials from Cambodia, Vietnam, Laos and Thailand will meet to discuss the impact of planned hydropower dams on the lower Mekong region. But several environmental groups have already concluded the main …
March 5, 2014

Development pushes poor from land as dams its rivers

Click on the link to get more news and video from original source:  http://asiancorrespondent.com/120212/development-drives-displacement-as-cambodia-dams-its-rivers/
By Mar 04, 2014 2:19PM UTC

By Daniel Quinlan

“From my view, I don’t want to have it, but it is development, we can’t stop them,” says Srekor’s village chief, Leang Saroeurn.

Cambodia’s impressive yearly GDP growth rates of 7 percent for the last decade have come, in part, through a ravenous consumption of the countries natural resources.

While this cashing in on natural resources has helped boost macro economic figures, they have also highlighted the divide between rich and poor and created a growing pool of people disenfranchised and removed from their traditional lands. This in turn has helped build and fuel Cambodia’s on-going political crisis.

Between 2000 and 2012, according to researchers from the University of Maryland, Cambodia lost 7 percent of its forest cover, much of it driven by the thirst for luxury wood and large plantations.

But it is not only the country’s land and trees that are in danger, its rivers are increasingly the target of development plans.

The Chinese-built Lower Russei Dam, Cambodia’s largest, went online earlier this month with a reported 333 mega watt capacity.

Further north around the Lower Sesan 2 project, trucks and earth moving equipment have started preparing the dam site. When completed it will provide over 420 Mega Watt capacity to the power starved nation and become Cambodia’s largest hydro dam, for at least a little while.

To becomes Cambodia’s biggest dam it will first have to flood seven villages. While its village chief may be resigned to the powerful forces he can’t control, other less tangible forces are also on Leang Saroeurn’s mind.

“If we are talking about the spirits, we don’t know whether they are going to be the same or not, from our old village to the new one,” he said.

He is not alone. The indigenous people of the area mix Buddhism with ancient forms of sprit and ancestor worship. Seventy-eight-year-old Chan Thun worries that “if we are relocated, the spirits and our ancestors could curse or mistreat us.”

More worldly concerns also exist. Critics say that upriver dams are already struggling to reach their capacity and that during summer, when there is the most demand for power, the projects’ output will be closer to 100 Mega Watts.

According to the Asia Development Bank the dam will be an extremely inefficient considering the area of flooded land.

Land disputes are common around large-scale development projects the world over but they are even more urgent in a country with Cambodia’s levels of poverty.

Land, rivers and natural resources can be the difference between life and death for people with little liquidity in the cash economy and are dependent on the protein of fish and the medicines of forests.

One study by the Proceedings of the National Academy of Science found the dam will cause a 9.3 percent drop in fish stocks across the basin and will threaten up to 50 species of fish.

Meach Mean, coordinator of the 3S Rivers Protection Network, has battled against the Lower Sesan 2 project for years. He is concerned about the ability of locals to sustain themselves on the proposed relocation sites. So are the villagers who have to move.

According to Open Development Cambodia, an organisation that publishes development data, some 50 hydropower projects are either planned or are underway in the country, many of which fall well below best practices in terms of local consultation, compensation and environmental impacts.

The damming of rivers is a touchy political issue across the planet, especially for those downstream, and the Mekong and its tributaries are no exception.

At a seminar on water at the Asia Pacific Economic Cooperation forum, the Vietnamese President Truong Tan Sang said in 2011: “It would not be over-exaggerating … to view the water resources of the 21st century as the oil of the 19th and 20th centuries.”

He is not alone. Indian academic Brahma Chellaney, in his ominously titled book from 2011, ‘Water: Asia’s New Battleground’, makes a similar argument.

Dams on the Mekong, the world’s 12th largest river, are an increasingly tense issue. The Mekong plays host to one of the world’s most productive inland fisheries and is a life-source for 60 million people in the lower Mekong basin.

China has the largest number of hydroelectric dams in the world, and that experience is being used to help build dams in downstream countries. They are now involved in at least four of the mainstream dams on the Mekong, and even more on its tributaries.

In many ways it is, quite literally, a race to the bottom. The Mekong River Commission’s (MRC) ‘prior consultation’ process was an effort to reduce regional tensions but the commission doesn’t cover tributaries and is far from a cure-all.

Laos’s controversial $3.5 billion Xayaburi dam, initially halted due to the objections of Cambodia and Vietnam, is now going ahead.

Don Sahong Dam, closer to the Cambodian border and potentially even more problematic in terms of impacts on downstream fishers, is also likely to go ahead. It too failed to get the prior approval MRC countries, endangering the credibility of the commission itself.

(MORE: Dam dilemmas: Laos cashes in on hydro)

To make matters worse, according to the International Energy Agency, demands for energy in Southeast Asia will increase by more than 80% by 2035, creating more pressure for projects whatever the environmental impact and their associated human costs.

This pressure is already apparent in Cambodia. Only 26% of the population has access to electric power, making it one of the lowest electrification rates in the world, according to the World Bank. Power is expensive and much of it is imported from neighbouring countries.

Around the Lower Sesan 2 site last week it was the burning season. Smoke drifted from dwindling forest across recently cleared land. Logs sat by roads. And poor people contemplated their relocation to less fertile ground.

Near the river, Vann Thea, was sewing cloths in her small bussness. Taking a short break, she said, “I don’t want to go to the new place. I just only want to live here.” Unfortunately, like hundreds of thousands of her compatriots, her wishes are no match for development.

Additional reporting from Phak Seangly and Daniel Pye

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 578 other followers

%d bloggers like this: