ลาว: ช้างป่าข้ามแม่น้ำโขงจาก สปป.ลาว เข้ามาในพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม

ล่ากระชั้นชิด พรานฆ่าช้าง

ช้างป่า5ตัวพบโขลงช้าง 5 ตัวป้วนเปี้ยนจุดที่แม่ช้างถูกยิงตาย ในจำนวนนี้มีช้างบาดเจ็บที่กำลังตามหาและลูกช้างสูงกว่า 1 เมตรรวมอยู่ด้วย หัวหน้าอุทยานฯสั่งเก็บมูลลูกช้างตรวจดีเอ็นเอ หากเป็นลูกช้างที่แม่ถูกฆ่าถือว่าโชคดีแต่โอกาสเป็นไปได้น้อย ส่วนการตามล่าแก๊งพรานโหดเริ่มใกล้เข้าถึงกลุ่มคนร้ายแล้ว ส่วนงาน “วันช้างไทย” หลายจังหวัดจัดงานกันคึกคัก ยกเว้นสุโขทัยจัดตามมีตามเกิด มีเพียงต้นกล้วยกับหญ้าข้างทางให้ช้างกิน ขณะที่แม่สอดหวิดเกิดโศกนาฏกรรม เมื่อช้างพังโมโหถูกกันลูกออกห่างตัว สะบัดควาญร่วงกับพื้นก่อนพุ่งทำลายเวที โชคดีที่จับไว้ได้

การตามล่ากลุ่มพรานใจโหดที่ลอบยิงแม่ช้างตายในเขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อชิงเอาลูกช้างไปขายให้นายทุนยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันหลายฝ่ายยังระดมตามหาลูกช้างที่ถูกระบุว่านำไปซุกซ่อนไว้ในปางช้างแห่งหนึ่งในภาคกลาง

ต่อมาตอนสายวันที่ 13 มี.ค. เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานฯแก่งกระจานที่เฝ้าจุดที่เกิดเหตุแม่ช้างป่าถูกยิงตายที่หมู่ 3 บ้านป่าแดง ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน ได้พบโขลงช้างป่า 5 ตัว ในจำนวนนี้มีช้างบาดเจ็บที่กำลังตามหาและลูกช้างขนาดความสูงเมตรเศษรวมอยู่ด้วยโดยช้างโขลงนี้ได้เดินวนเวียนอยู่บริเวณจุดที่แม่ช้างถูกยิงตายและไม่แน่ใจว่าลูกช้างที่พบเป็นลูกช้างที่แม่ถูกยิงหรือไม่ รีบรายงานให้นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานฯแก่งกระจานทราบ

ขณะที่นายชัยวัฒน์เปิดเผยว่า หลังรับรายงานได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ตามเก็บมูลของลูกช้างตัวดังกล่าวเพื่อนำมาตรวจหาดีเอ็นเอว่าเป็นลูกของแม่ช้างที่ถูกยิงตายหรือไม่ หากเป็นลูกของแม่ช้างตัวดังกล่าวจริงถือว่าโชคดีที่ยังปลอดภัย แต่ความเห็นส่วนตัวเชื่อว่าคงไม่ใช่ เพราะพรานล่าช้างกลุ่มนี้คงไม่ยอมปล่อยลูกช้างให้เสียเที่ยวแน่ ส่วนการติดตามจับกุมกลุ่มพรานโหดนั้น ตนนำกำลังขึ้นเฮลิคอปเตอร์เข้าพื้นที่ป่าละอูซึ่งเป็นจุดหนึ่งที่คาดว่าแก๊งล่าช้างป่าจะนำลูกช้างออกจากประเทศไทย และจากการประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารในพื้นที่ทราบว่าใกล้ถึงตัวคนร้ายแก๊งนี้แล้ว ส่วนตัวเกรงว่าแก๊งนี้จะฆ่าลูกช้างเพื่อทำลายหลักฐานก่อนที่จะตามหาตัวเจอ

ขณะเดียวกันนายชัยวัฒน์ได้ให้เจ้าหน้าที่ขุดซากเลียงผาที่ถูกยิงตายเมื่อ 2-3 เดือนก่อนหน้านี้เพื่อตรวจหาหัวกระสุน พบหัวกระสุนยังอยู่ในซากเลียงผา 1 หัว จึงส่งมอบให้ชุดสืบสวนภาค 7 นำหัวกระสุนไปตรวจสอบว่าเป็นหัวกระสุนชนิดและขนาดเดียวกับที่พบในหัวกะโหลกแม่ช้างหรือไม่ รวมทั้งจะเรียกปืนของผู้ต้องสงสัยรายหนึ่งในพื้นที่หมู่ 3 ต.ป่าเด็งมาตรวจสอบว่าเป็นปืนที่ใช้ยิงช้างหรือไม่ เนื่องจากมีพฤติกรรมใกล้ชิดกับกลุ่มพรานต้องสงสัยที่หายตัวไป

พล.ต.ต.พีรชาติ รื่นเริง ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี กล่าวว่า ในทางคดียังไม่คืบหน้ามากนัก แต่ได้ประสานกับทางจังหวัดเพชรบุรีเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม เนื่องจากมีข้อมูลสำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จากรายงานของชุดสืบสวนทราบว่า ในช่วงต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมามีคนเห็นนายจอตะกี ชาวกะหร่าง สะพายปืนยืนคุยกับชาวบ้านรายหนึ่งที่บ้านหมู่ 3 ต.ป่าเด็ง ใกล้กับจุดที่แม่ช้างถูกยิงตาย ซึ่งนายจอตะกีถือว่าเป็น 1 ในผู้ต้องสงสัยของคดีนี้ร่วมกับกลุ่มของนายสมบูรณ์ เวนะด้วย ซึ่งชุดสืบสวนจะตามตัวมาสอบสวนต่อไป

ส่วนกิจกรรม “วันช้างไทย” หลายจังหวัดได้ จัดงานเชิดชูช้างไทย เริ่มจากที่แม่สาช้างเนิร์สเซอรี่ ปางช้างแม่สา ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ได้จัดงานวันช้างไทยชื่อ “สืบสานสายพันธุ์ช้างไทยครั้งที่ 14” มีนายธานินทร์ สุภาแสน ผวจ.เชียงใหม่เป็นประธานในพิธี โดยมีทั้งชาวไทยและต่างประเทศร่วมงานจำนวนมาก ตามด้วยที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยสถาบันคชบาลแห่งชาติ อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง จัดให้ ช้างแสนรู้ 12 เชือก ตักบาตรพระสงฆ์ร่วมกับนักท่องเที่ยว ส่วนศูนย์อนุรักษ์ช้างชรา อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ได้จัดพิธีแบบตามมีตามเกิด โดยมีอาหารเลี้ยงช้าง 7 เชือก ด้วยต้นกล้วยและหญ้าริมทาง โดยนายเหมือน ละอองทรง อายุ 70 ปี ประธานชมรมฯ กล่าวว่า ปีนี้สภาพอากาศแห้งแล้งกว่าทุกปีจึงไม่สามารถ หาอาหารมาให้ช้างกินได้เหมือนที่ผ่านมา มีแต่เพียงต้นกล้วยและหญ้าริมทางเท่านั้น นอกจากนี้ ที่ปางช้าง ริมแม่น้ำกก หมู่ 2 ต.แม่ยาว อ.เมืองเชียงราย ชาวกะเหรี่ยง ได้จัดแห่ขบวนช้างรอบหมู่บ้าน และเลี้ยงอาหารช้าง ท่ามกลางความสนใจของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

และที่หมู่บ้านปูเต้อ ต.แม่กุ อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งเป็นหมู่บ้านเลี้ยงช้างมากที่สุดในจังหวัดตาก นายสุวิช สิงหพันธุ์ รองประธานกรรมการ มูลนิธิช้างแห่ง ประเทศไทย ร่วมกับคนเลี้ยงช้างบ้านปูเต้อ จัดงานวันช้างไทย มีช้างจากหลายหมู่บ้านกว่า 30 เชือก รวมทั้งลูกช้างจำนวนมากเข้าร่วมงาน โดยมีนายปรีชา ใจเพชร นอภ.แม่สอด เป็นประธาน และก่อนจะถึง พิธีเปิดงาน ปรากฏว่า ช้างพังโมเละ ซึ่งมีลูกมาด้วยถูกควาญช้างกันลูกให้ออกไปจากแถวที่ตั้งเตรียมสู่พิธีเปิดทำให้พังโมเละโมโหถูกพรากลูกสะบัดตัวเหวี่ยงควาญที่อยู่บนคอร่วงตกพื้น และยังใช้งวงทำลาย เวทีจนพังเป็นแถบ กลุ่มควาญช้างต้องช่วยกันจับโกลาหลจนเหตุการณ์สงบในที่สุด

ด้าน จ.สุรินทร์ ที่อนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวางเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผวจ.สุรินทร์ นายกิตติภัทร์ รุ่งธนเกียรติ นายก อบจ.สุรินทร์ พร้อมผู้เกี่ยวข้องร่วมจัดงานมีริ้วขบวนช้าง 48 เชือก ในนี้มีช้างพลายฝาแฝดเพศผู้คู่แรกของโลกร่วมเดินขบวนด้วยพร้อมช้างที่ควาญใช้สีมาทาทั้งตัวให้เป็นช้างเผือก และในขบวนยังมีป้ายข้อความ สะท้อนปัญหาช้างและการฆ่าช้างเพื่อเอางา ฆ่าแม่ช้างเอาลูกช้างด้วย และที่โรงพยาบาลช้างสาขาภาคใต้ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย ต.เพหลา อ.คลองท่อม จ.กระบี่ สถาบันคชบาลแห่ง ชาติจัดพิธีบวงสรวงสักการะพระพิฆเนศวร์ประจำศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยสาขาภาคใต้และทำบุญอุทิศส่วนกุศลแก่ช้างที่ล่วงลับ

สำหรับปางช้างสวนนงนุชพัทยา ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายภวัต เลิศมุกดา นอภ.สัตหีบ นายอรรถพล วรรณกิจ ผอ.ททท.สำนักงานพัทยา นายประวัติ รัตนภุมมะ นางพัทธนันท์ ขันติสุขพันธุ์ ผู้จัดการทั่วไปสวนนงนุชพัทยา ร่วมเปิดงานวันช้างไทย โดยมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศหลายพันคน ในงานได้จัดขบวนแห่บายศรีสู่ขวัญช้างและพรมน้ำพระพุทธมนต์ ให้ควาญช้างกับช้าง 52 เชือกเพื่อเป็นสิริมงคล และได้ให้พังใบเตยวาดภาพต้นคริสต์มาสและพังหยก เขียนคำว่า “หยุดฆ่าเอางาฉัน” ท่ามกลางเสียงปรบมือ ชื่นชอบของนักท่องเที่ยว

ส่วนกรณีช้างป่าข้ามแม่น้ำโขงจาก สปป.ลาว เข้ามาในพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม ไปอาศัยอยู่บริเวณป่า พื้นที่บ้านเหล่าหลวง ต.ดงบัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ พื้นที่รอยต่อ อ.บ้านแพง ต่อมานายคำพัน นันทะวง อธิบดีกรมคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้ สปป.ลาว นายสีสมพอน สุทธิจัก หัวหน้าแขวงคุ้มครองทรัพยากรป่าไม้ แขวงคำม่วน สปป.ลาว และคณะได้เดินทางเข้าพบนายสว่าง เฟื่องกระแส ผอ.สำนักบริหารอนุรักษ์ที่ 10 อุดรธานี นายกฤษฎา สาครวงศ์ หัวหน้าด่านตรวจสัตว์ป่านครพนม เพื่อหาทางช่วยเหลือช้างกลับภูมิลำเนา ตามวิธีทางธรรมชาติต่อไป โดยนายคำพัน นันทะวง กล่าวว่า ช้างป่าตัวนี้เป็น 1 ใน 5 ตัวที่อาศัยอยู่ในภูงู เมืองปากกระดิ่งกับเมืองหินบูน แขวงบริคำไซ สปป.ลาว และเป็นหัวหน้าโขลงช้าง มักออกหาอาหารตามแนวน้ำโขงทุกปี อาจหลงทางข้ามเข้ามาเขตไทยและขอบคุณที่เจ้าหน้าที่ไทยดูแลความปลอดภัยช้างให้เป็นอย่างดี

ต่อมาช่วงเย็นวันที่ 13 มี.ค.ที่ถนนข้าวสาร เขตพระนคร นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน “นานาชาติรักช้างไทย” เนื่องในวันช้างไทย โดยภายในงานมีนิทรรศการส่งเสริมวันช้างไทย 13 มีนาคม และนิทรรศการ “กรมการท่องเที่ยว รักช้าง ส่งเสริมช้างอยู่บ้าน ไปเที่ยวบ้านช้าง” การจำลองหมู่บ้านช้าง 4 ภาค รวมทั้งขบวนพาเหรดประกอบบทเพลง “รักช้าง” ไปตามถนนข้าวสาร ก่อนจะปิดท้ายด้วยการแสดงคอนเสิร์ตจากศิลปินติ๊ก ชีโร่ ท่ามกลางนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ความสนใจกิจกรรมครั้งนี้อย่างเนืองแน่น

พบโขลงช้างป่าข้ามโขงเข้าไทย

Click on the link to get more news and video from original source: http://www.thairath.co.th/content/region/331775

ระดมชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จัดเวรยาม เฝ้าระวังอันตราย หลังชาวบ้านพบโขลงช้างป่าข้ามเข้าประเทศจากฝั่งลาว ด้านผู้เชี่ยวชาญช้างสำนักพระราชวังรุดตรวจสอบ กำชับเร่งช่วยเหลือ…

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 11 มีนาคม 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีชาวบ้านพบช้างป่าจำนวนประมาณ 4-5 ตัว ข้ามแม่น้ำโขงมาจากฝั่งลาว ในเขตพื้นที่ บ้านนากะเสิม ต.พนอม อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม เขตติดต่อ บ้านหนองเทา ตงหนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม โดยมีชาวบ้านได้พบเห็นช้างป่าแล้ว จำนวน 1 ตัว ขนาดความสูงประมาณ 4 เมตร และมีงายาว แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เนื่องจากมีอาการดุร้าย ซึ่งยังอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่า ใกล้หมู่บ้าน แต่ยากในการตรวจสอบ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตราย เพราะเป็นเวลากลางคืน

ล่าสุดทางด้านนายดุลยสิทธิ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้เชี่ยวชาญเรื่องช้างจากสำนักพระราชวัง ได้เดินทางลงพื้นที่ กำชับเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจสอบดูแลช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน รวมถึงเฝ้าระวังอันตรายจากช้างป่า ที่อาจจะทำร้ายชาวบ้านด้วย โดยมี นายปรีชา คำมุงคุณ เจ้าหน้าที่จากด่านตรวจสัตว์ป่านครพนม ร่วมกับ นายพิพรรธพงศ์ พูดเพราะ นายสัตวแพทย์ผู้ชำนาญการ ร่วมกับ นายศุภกิจ ศรีโสภา กำนันตำบลหนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง แกนนำชาวบ้าน เข้าไปตรวจสอบ จัดเวรยามเฝ้าระวัง ประชาสัมพันธ์สั่งห้ามไม่ให้ประชาชนในพื้นที่เข้าไปในป่าช่วงกลางคืน ป้องกันอันตราย และสั่งห้ามให้ทำร้ายเมื่อพบเห็นช้าง

โดยนายดุลยสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องช้างจากสำนักพระราชวัง ระบุว่า จากการสอบถามเจ้าหน้าที่เชื่อว่า ช้างตัวที่พบเห็น มีงายาวมาก อายุน่าจะประมาณ 15 ปี น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 3 ตัน ซึ่งได้กำชับเจ้าหน้าที่หาทางช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน สิ่งที่เป็นห่วงคือ เกรงว่าจะถูกชาวบ้านทำร้าย จึงต้องเข้าไปดูแลใกล้ชิด และหาทางช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ส่วนที่มาเชื่อว่าช้างดังกล่าวได้ข้ามมาจากฝั่งลาว อาจหนีการถูกล่า หรือขาดแคลนอาหาร และจำนวนช้างว่ามีกี่ตัวจะได้ตรวจสอบโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง.

ชาวนครพนมผวา ช้างป่า5ตัว หนีข้ามน้ำโขงมาไทย

Click on the link to get more news and video from original source: http://www.thairath.co.th/content/region/331770

พบรอยเท้า “ช้างป่า” 5 ตัว บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ชาวนครพนมหวาดผวา ช้างเหยียบเรือหางยาวพัง จนท.เชื่อถูกไล่ล่า หลังพบที่บริเวณงาได้รับบาดเจ็บ คาดหนีข้ามมาจากลาว จนท.เร่งตรวจสอบ สั่งประชาชนห้ามเข้าใกล้…

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 มีนาคม 2556 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลัง พ.ต.อ.วรพงษ์ นันทลักษณ์ ผกก.สภ.ท่าอุเทน อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ได้รับแจ้งชาวบ้านในพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านหนองเทา ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ได้มีช้างป่าข้ามมาจากฝั่งลาว จำนวนประมาณ 4-5 ตัว ในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา โดยมีชาวบ้านหาปลาพบเห็น และมีรอยเท้าเหยียบย่ำบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง และเหยียบเรือหางยาวชาวบ้านพังไป 1 ลำ สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านในพื้นที่ เกรงว่าช้างป่าจะอาละวาด ทำร้ายชาวบ้าน โดยได้ประสานไปยัง นายอำนวย โพธิ์ทอง นายอำเภอท่าอุเทน จ.นครพนม เพื่อประสานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมตรวจสอบ และประสานไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้องรวมถึงปศุสัตว์ มาตรวจสอบดูแลหาทางป้องกัน

เบื้องต้นจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ทราบจากคำบอกเล่าของชาวบ้านในพื้นที่ บ้านหนองเทา ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ว่า ได้พบเห็นช้างตัวขนาดใหญ่ สูงประมาณ 4 เมตร และมีงายาว จำนวน 1 ตัว เดินไปมาในป่าสวนยางใกล้หมู่บ้านในช่วงบ่ายวันนี้ และยังพบว่าช้างตัวดังกล่าว ได้รับบาดเจ็บบริเวณงา น่าจะถูกล่าเอางาที่ฝั่งลาว จึงหนีข้ามมาฝั่งไทย แต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เพราะจากการสังเกตช้างมีอาการดุร้าย และยังพบช้างอีกจำนวน 4 ตัว เดินอยู่ในป่าของชาวบ้าน แต่ขณะนี้ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เพราะกลัวจะถูกทำร้าย ซึ่งจากการตรวจสอบหลักฐานรอยเท้า พบเป็นรอยเท้าช้างจริง

โดยล่าสุดทางด้าน พ.ต.อ.วรพงษ์ ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาทางตรวจสอบว่ามีจำนวนกี่ตัวให้แน่ชัด และหาแนวทางช่วยเหลือ รวมถึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ร่วมกับชาวบ้านเข้าไปดูแลอยู่เวรยาม ป้องกันช้างป่าอาละวาด พร้อมห้ามให้ประชาชนเข้าไปใกล้ในพื้นที่ช้างป่าอยู่ ซึ่งเชื่อว่าจะอยู่ในพื้นที่ป่า ใกล้บ้านหนองเทา ต.หนองเทา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งจะต้องเร่งตรวจสอบหาทางป้องกันโดยเร็ว เพื่อป้องกันอันตรายกับชาวบ้านในพื้นที่

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: