“หมู่บ้านที่ว่างเปล่า” Empty Village of Xayaburi Dam’s Resettlement

บ้านห้วยสุย ถูกย้ายจากหัวงานเขื่อนไซยะบุรีมาสู่แปลงอพยพ/บ้านจัดสรร ที่บ้านนาตอใหญ่ ห่างจากแม่น้ำโขง 35 กิโลเมตร

หยุด เขื่อนไซยะบุรี(stop Xayaburi Dam)

Shared:  https://www.facebook.com/photo.php?fbid=500149750079327&set=a.322752301152407.77945.322738997820404&type=1&theater

“หมู่บ้านที่ว่างเปล่า” Empty Village of Xayaburi Dam’s Resettlement

บ้านห้วยสุย ถูกย้ายจากหัวงานเขื่อนไซยะบุรีมาสู่แปลงอพยพ/บ้านจัดสรร ที่บ้านนาตอใหญ่ ห่างจากแม่น้ำโขง 35 กิโลเมตร ชาวบ้านให้ข้อมูลว่าแต่ละครอบครัวได้รับค่าอพยพ 1 แสนกีบ (ประมาณ 400 บาท) เมื่อย้ายมาอยู่ที่แปลงอพยพ 6 เดือนแรก ชาวบ้านได้รับเงินรายเดือน และข้าวสาร ซึ่งเพียงพอต่อการยังชีพและจ่ายค่าน้ำ-ไฟ

แต่เมื่อเลยเวลา 6 เดือน ชาวบ้านไม่มีข้าวสารเลี้ยงท้อง ไม่มีรายได้ (โครงการเลี้ยงปลา-เลี้ยงหมู ที่ส่งเสริมนั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิง) แต่กลับมีรายจ่ายซื้อหาอาหารประทังชีวิต ฯลฯ

แม่บ้านรายหนึ่งเล่าว่า “คิดถึงแม่น้ำโขง อยู่ที่ริมโขงยังได้จับปลา ได้ร่อนทอง มีรายได้ มีข้าวกินเอง มาอยู่ที่นี่มองไปทางไหนก็ไม่มีทางทำกิน แต่ลูกๆ ยังต้องกิน ต้องหาเลี้ยง”

หลายครอบครัวหนีกลับไปยังแม่น้ำโขง เพียงเพื่อไปดำรงชีพ ไปหาปลา อย่างที่เคยทำมา ก่อนมีเขื่อนไซยะบุรี

–ข้อมูลเบื้องต้น–
เขื่อนไซยะบุรี มูลค่าการลงทุน 1.2 แสนล้านบาท ก่อสร้างโดยบริษัท ช.การช่าง ไฟฟ้าเกือบทั้งหมดลงนามรับซื้อโดยกฟผ. เงินทุนมาจาก 6 ธนาคารไทย เช่น กสิกรไทย ไทยพาณิชย์ กรุงไทย กรุงเทพ ทิสโก้

เขื่อนเริ่มก่อสร้างอย่างเป็นทางการ 7 พย. 2012 โดยไม่ได้รับฉันทามติจาก 4 ประเทศสามชิก MRC

การศึกษา SEA ที่ว่าจ้างโดย MRC ระบุว่าไฟฟ้าที่ผลิตได้จากเขื่อนไซยะ+11 โครงการบนแม่น้ำโขง จะได้ไฟฟ้าเพียงราว 11 % ของความต้องการไฟฟ้าในภูมิภาคเท่านั้น (แหล่งพลังงานอื่นมีอีกมาก)

ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลโครงการต่อสาธารณะ ไม่มีใครเคยเห็นแบบก่อสร้างเขื่อน final dam design ไม่มีการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน (Transboundary Environmental Impact Assessment) แม้ว่าโครงการนี้จะสร้างเขื่อนใหญ่กั้นแม่น้ำโขงซึ่งเป็นแม่น้ำนานาชาติที่มีความสำคัญระดับโลก

มีเพียงหมู่บ้านที่ว่างเปล่า

Comments:

Toon Charoenvong เรา มองว่า การต่อต้านคัดค้าน ควรนำเสนอข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา เพราะถ้าเรา เสนอเพียงบางส่วน หรือพยายามโจมตีเพียงอย่างเดียว สิ่งที่ผู้ต่อต้านทำก็ไม่ต่างอะไรกับผู้พัฒนาโครงการทำ คือ นำเสนอข้อมูลเพียงด้านที่เราต้องการ

Toon Charoenvong จริงๆ ในเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลเขื่อนไซยะบุลีเมื่อ 14 มีนา ที่จุฬา รองศาสตราจารย์ชัยยุทธ สุขศรี ก็อธิบายไปแล้วว่า เขาเห็นแบบแล้ว แบบมีการปรับปรุงให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมขึ้นจริงๆ แต่มีหลายคนทำหูทวนลม เขื่อนนี้มันไม่ยอมเปิดเผยข้อมูล … แล้วนักวิชาการ NGO เอาข้อมูลมาจากไหนหว่า

Toon Charoenvong บ้าน จัดสัน สำหรับโครงการเขื่อนไซยะบุลี ปัจจุบัน มี 2 แห่งคือ นาตอใหญ่ ย้ายจากบ้านห้วยสุยมา อยู่ในเมืองไซยะบุลี แขวงไซยะบุลี และ อีกแห่งคือ ห้วยหิบ ย้ายจากบ้านปากเนิน เมืองนาน แขวงหลวงพะบาง ประชาชนได้รับการเลี้ยงดู 1 ปี หลังจากโยกย้ายมา เป็นสิ่งที่รัฐบาลสัญญา ไว้ ได้ค่าโยกย้ายเบื้องต้นเฉพาะค่าโยกย้ายคนละ 15 ดอลลาร์ แต่ชีวิตเขาก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่โพสต์นี้เขียนนะ เท่าที่รู้น่ะ แต่ไม่ได้สุขสบายอย่างที่คิด ประเด็นหลักคือ ที่ทำกินเขาทำไม่ได้อย่างที่เคยทำ โครงการคาดว่าพวกเขาจะตั้งตัวได้ใน 3 ปี คือ หาเลี้ยงตัวเองได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: