Thai court takes villagers’ case against power firm, Laos dam

Photo: ศาลปกครองรับคำฟ้อง ชาวบ้านยื่นค้านสัญญาซื้อไฟเขื่อนไซยะบุรี</p><br /><br /><br /><br /><br />
<p>24 มิ.ย. ศาลปกครองนัดอ่านคำสั่งพิพาทระหว่างชาวบ้าน 37 คน ยื่นฟ้องการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ กระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะรัฐมนตรี กรณีการทำสัญญาซื้อไฟฟ้าของ กฟผ. จากเขื่อนไซยะบุรี ประเทศลาว ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนอย่างร้ายแรง หลังชาวบ้านยื่นคำอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น โดยมีชาวบ้านประมาณ 30 คน เข้าร่วมรับฟังคำสั่ง</p><br /><br /><br /><br /><br />
<p>โดยชาวบ้านยื่นฟ้อง 3 ข้อหา ข้อหาที่หนี่ง ได้แก่ มติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี ที่เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงพลังงาน ที่อนุญาตให้ กฟผ. ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง กฟผ. กับบริษัทไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ของประเทศลาว ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การมีมติให้ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเป็นเพียงขั้นตอนการดำเนินการภายในของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อนำไปสู่การทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง กฟผ. กับบริษัทไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด จึงยังไม่มีผลทางกฎหมายออกสู่ภายนอกไปกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องทั้ง 37 คน ดังนั้น ผู้ฟ้องทั้ง 37 คนจึงไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้</p><br /><br /><br /><br /><br />
<p> ข้อหาที่สอง ได้แก่ สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง กฟผ. กับบริษัทไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และฝ่าฝืนมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี ที่กำหนดให้โครงการเขื่อนไซยะบุรีต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับความตกลงของแม่น้ำโขง พ.ศ. 2538 และต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีทั้ง 37 คนมีความประสงค์อันแท้จริงคือ ต้องการให้ศาลปกครองมีคำบังคับให้เพิกถอนหรือยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง กฟผ. กับบริษัทไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด</p><br /><br /><br /><br /><br />
<p>แต่ข้อเท็จจริงในสำนวนคดีไม่ปรากฏว่าผู้ฟ้องทั้ง 37 คนเป็นคู่สัญญาตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ซึ่งเป็นสัญญาทางปกครอง จึงไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองที่ผู้ฟ้องคดีทั้ง 37 คน จะมีสิทธิฟ้องคดีขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวได้ ดังนั้นผู้ฟ้องคดีทั้ง 37 คน จึงไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย ที่จะมีสิทธิฟ้องคดีข้อหาที่สองต่อศาลปกครองได้ ตามมาตรา 42 วรรค 1 แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แม้ผู้ฟ้องคดีทั้ง 37 คน อุทธรณ์ว่า สัญญาซื้อไฟฟ้าก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ฟ้องคดีทั้ง 37 คน ในฐานะที่เป็นผู้เสียภาษี และผู้รับประโยชน์จากสัญญา แต่ศาลเห็นว่า การเสียภาษีอากรถือว่าเป็นหน้าที่ที่ผู้ฟ้องคดีทั้ง 37 คน จะต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายบัญญัติไว้  </p><br /><br /><br /><br /><br />
<p>ข้อหาที่สาม ได้แก่ ผู้ฟ้องคดีทั้ง 37 คน ฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 5 ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และมติของรัฐบาล รวมทั้งการแจ้งข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูลอย่างเหมาะสม การรับฟังความคิดเห็นอย่างเพียงพอและจริงจัง และการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ สังคม ทั้งในฝ่ายไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากอันตรายข้ามพรมแดน ก่อนที่จะดำเนินการใดๆเกี่ยวกับการจัดซื้อไฟฟ้าโครงการเขื่อนไซยะบุรี ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ฟ้องทั้ง 37 คน เป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือได้รับผลกระทบโดยตรงและมากเป็นพิเศษกว่าบุคคลทั่วไปที่ไม่ได้อยู่อาศัยหรือประกอบอาชีพในพื้นที่ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง จึงเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากการงดเว้นการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 5 และการแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อน  หรือเสียหาย ที่ผู้ฟ้องคดีทั้ง 37 คนได้รับจำต้องมีคำบังคับโดยสั่งให้ผู้ถูกฟ้อดงคดีทั้ง 5 ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและมติของรัฐบาล รวมทั้งการแจ้งข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูลอย่างเหมาะสม รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นอย่างเพียงพอและจริงจัง และประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสังคมตามคำขอของผู้ฟ้องคดีทั้ง 37 คน ตามมาตรา 72 วรรค 1(2) แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542</p><br /><br /><br /><br /><br />
<p>จึงมีคำสั่งแก้คำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้รับคำฟ้องของผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 37 คน เฉพาะข้อหาที่ 3 ในส่วนที่ฟ้องขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 5 ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และมติของรัฐบาล รวมทั้งการแจ้งข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูลอย่างเหมาะสม การรับฟังความความคิดเห็นอย่างเพียงพอและจริงจัง การประเมินผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสังคม ไว้พิจารณา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น</p><br /><br /><br /><br /><br />
<p>http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRRd016WXdNREkyTVE9PQ==&subcatid=

Stop Xayaburi

 

ศาลปกครองรับคำฟ้อง ชาวบ้านยื่นค้านสัญญาซื้อไฟเขื่อนไซยะบุรี

24 มิ.ย. ศาลปกครองนัดอ่านคำสั่งพิพาทระหว่างชาวบ้าน 37 คน ยื่นฟ้องการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ กระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะรัฐมนตรี กรณีการทำสัญญาซื้อไฟฟ้าของ กฟผ. จากเขื่อนไซยะบุรี ประเทศลาว ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนอย่างร้ายแรง หลังชาวบ้านยื่นคำอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น โดยมีชาวบ้านประมาณ 30 คน เข้าร่วมรับฟังคำสั่ง

โดยชาวบ้านยื่นฟ้อง 3 ข้อหา ข้อหาที่หนี่ง ได้แก่ มติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี ที่เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงพลังงาน ที่อนุญาตให้ กฟผ. ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง กฟผ. กับบริษัทไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ของประเทศลาว ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การมีมติให้ทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าเป็นเพียงขั้นตอนการดำเนินการภายในของเจ้า หน้าที่รัฐเพื่อนำไปสู่การทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง กฟผ. กับบริษัทไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด จึงยังไม่มีผลทางกฎหมายออกสู่ภายนอกไปกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ ของผู้ฟ้องทั้ง 37 คน ดังนั้น ผู้ฟ้องทั้ง 37 คนจึงไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายหรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสีย หายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้

ข้อหาที่สอง ได้แก่ สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่าง กฟผ. กับบริษัทไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และฝ่าฝืนมติของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี ที่กำหนดให้โครงการเขื่อนไซยะบุรีต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับความตกลงของ แม่น้ำโขง พ.ศ. 2538 และต้องเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ฟ้องคดีทั้ง 37 คนมีความประสงค์อันแท้จริงคือ ต้องการให้ศาลปกครองมีคำบังคับให้เพิกถอนหรือยกเลิกสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ระหว่าง กฟผ. กับบริษัทไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด

แต่ข้อเท็จจริงในสำนวนคดีไม่ปรากฏว่าผู้ฟ้องทั้ง 37 คนเป็นคู่สัญญาตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า ซึ่งเป็นสัญญาทางปกครอง จึงไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสัญญาทางปกครองที่ผู้ฟ้องคดีทั้ง 37 คน จะมีสิทธิฟ้องคดีขอให้ศาลเพิกถอนสัญญาซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวได้ ดังนั้นผู้ฟ้องคดีทั้ง 37 คน จึงไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย ที่จะมีสิทธิฟ้องคดีข้อหาที่สองต่อศาลปกครองได้ ตามมาตรา 42 วรรค 1 แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 แม้ผู้ฟ้องคดีทั้ง 37 คน อุทธรณ์ว่า สัญญาซื้อไฟฟ้าก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ฟ้องคดีทั้ง 37 คน ในฐานะที่เป็นผู้เสียภาษี และผู้รับประโยชน์จากสัญญา แต่ศาลเห็นว่า การเสียภาษีอากรถือว่าเป็นหน้าที่ที่ผู้ฟ้องคดีทั้ง 37 คน จะต้องปฏิบัติตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

ข้อหาที่สาม ได้แก่ ผู้ฟ้องคดีทั้ง 37 คน ฟ้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 5 ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และมติของรัฐบาล รวมทั้งการแจ้งข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูลอย่างเหมาะสม การรับฟังความคิดเห็นอย่างเพียงพอและจริงจัง และการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ สังคม ทั้งในฝ่ายไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากอันตรายข้ามพรมแดน ก่อนที่จะดำเนินการใดๆเกี่ยวกับการจัดซื้อไฟฟ้าโครงการเขื่อนไซยะบุรี ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ฟ้องทั้ง 37 คน เป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือได้รับผลกระทบโดยตรงและมากเป็นพิเศษกว่าบุคคลทั่ว ไปที่ไม่ได้อยู่อาศัยหรือประกอบอาชีพในพื้นที่ 8 จังหวัดริมแม่น้ำโขง จึงเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อนเสียหายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากการงดเว้นการกระทำของผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 5 และการแก้ไขหรือบรรเทาความเดือดร้อน หรือเสียหาย ที่ผู้ฟ้องคดีทั้ง 37 คนได้รับจำต้องมีคำบังคับโดยสั่งให้ผู้ถูกฟ้อดงคดีทั้ง 5 ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมายและมติของรัฐบาล รวมทั้งการแจ้งข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูลอย่างเหมาะสม รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นอย่างเพียงพอและจริงจัง และประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสังคมตามคำขอของผู้ฟ้องคดีทั้ง 37 คน ตามมาตรา 72 วรรค 1(2) แห่งพ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครอง และวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542

จึงมีคำสั่งแก้คำสั่งของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้รับคำฟ้องของผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 37 คน เฉพาะข้อหาที่ 3 ในส่วนที่ฟ้องขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 5 ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และมติของรัฐบาล รวมทั้งการแจ้งข้อมูลและการเผยแพร่ข้อมูลอย่างเหมาะสม การรับฟังความความคิดเห็นอย่างเพียงพอและจริงจัง การประเมินผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และสังคม ไว้พิจารณา นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้น

http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=TVRRd016WXdNREkyTVE9PQ%3D%3D&subcatid

หยุด เขื่อนไซยะบุรี(stop Xayaburi Dam)

—————

 

REUTERS _ EDITION - UK

 

Thai court takes villagers’ case against power firm, Laos dam

BANGKOK, Tue, Jun 24, 2014 | 9:44am BST

Click on the link to get more news and video from original source:  http://uk.reuters.com/article/2014/06/24/thailand-laos-lawsuit-dam-idUKL4N0P51PN20140624

(Reuters) – A Thai court accepted a lawsuit against state-owned Electricity Generating Authority of Thailand (EGAT) and four other state bodies on Tuesday for agreeing to buy electricity from a $3.5 billion hydropower dam being built in neighbouring Laos.

The Xayaburi dam, which will be the first on the main stream of the Mekong River in Southeast Asia, is at the heart of landlocked Laos’s ambitions to supply power to the region, with Thailand set to buy around 95 percent of the electricity generated.

Activists say the project threatens the livelihood of tens of millions who depend on the river’s resources.

Villagers from Thai provinces near the Mekong petitioned the Administrative Court in 2012 to suspend a power purchasing agreement signed by EGAT and Laos’s Xayaburi Power Company Limited but the court ruled it had no jurisdiction to hear the case.

That decision was reversed on Tuesday when the Supreme Administrative Court sided with villagers, who are demanding full environmental and health impact assessments.

Shares in Thai builder CH Karnchang, the main contractor for the controversial dam, were down 3.1 percent at 0810 GMT after the decision.

“The villagers are hoping that with this case the court will suspend the power purchase agreement and in the meantime carry out a transboundary impact assessment and further consultations,” Ame Trandem, Southeast Asia programme director for the International Rivers group, told Reuters.

“Ultimately, if the court finds the purchase agreement was approved illegally, it could cancel the agreement altogether.”

In 2011, member states that make up the Mekong River Commission overseeing the river’s development, agreed to conduct further environmental impact assessments before construction proceeded. Laos went ahead with a groundbreaking ceremony in November 2012, signalling the formal start of construction.

Laos, Thailand, Vietnam and Cambodia share the lower stretches of the 4,000 km (2,500 mile) Mekong. Vietnam and Cambodia have urged Laos to halt the dam’s construction pending further study. (Editing by Alan Raybould and Matt Driskill)

——

Court takes Laos dam case

  • Published: 24 Jun 2014 at 16.54
  • Online news:
  • Writer: Amy Sawitta Lefevre/Reuters

Click on the link to get more news and video from original source: http://www.bangkokpost.com/most-recent/417107/court-takes-villagers-case-against-dam

A court accepted a lawsuit against state-owned Electricity Generating Authority of Thailand (Egat) and four other state bodies on Tuesday for agreeing to buy electricity from a $3.5-billion hydropower dam being built in neighbouring Laos. 

Villagers hold fish-shaped signs and placards while they pose for photographers at the Administrative Court in Bangkok on Tuesday. (Reuters photo)

The Xayaburi dam, which will be the first on the main stream of the Mekong River in Southeast Asia, is at the heart of landlocked Laos’s ambitions to supply power to the region, with Thailand set to buy around 95% of the electricity generated.

Activists say the project threatens the livelihood of tens of millions who depend on the river’s resources.

Villagers from Thai provinces near the Mekong petitioned the Administrative Court in 2012 to suspend a power purchasing agreement signed by Egat and Laos’s Xayaburi Power Co Ltd but the court ruled it had no jurisdiction to hear the case.

That decision was reversed on Tuesday when the Supreme Administrative Court sided with villagers, who are demanding full environmental and health impact assessments.

Shares of Ch. Karnchang, the main contractor for the controversial dam, were down 3.1% after the decision before rebounding to close at 22.20 baht, down 0.89% from Monday’s close.

“The villagers are hoping that with this case the court will suspend the power purchase agreement and in the meantime carry out a transboundary impact assessment and further consultations,” Ame Trandem, Southeast Asia programme director for the International Rivers group, told Reuters.

“Ultimately, if the court finds the purchase agreement was approved illegally, it could cancel the agreement altogether.”

In 2011, member states that make up the Mekong River Commission overseeing the river’s development, agreed to conduct further environmental impact assessments before construction proceeded. Laos went ahead with a groundbreaking ceremony in November 2012, signalling the formal start of construction.

Laos, Thailand, Vietnam and Cambodia share the lower stretches of the 4,000km Mekong. Vietnam and Cambodia have urged Laos to halt the dam’s construction pending further study.

 

Photo: คดีดังกล่าวเป็นคดีเพื่อประโยชน์สาธารณะ ศาลจึงรับฟ้อง

 

 

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: