Thailand Addressing Foreign Workers’ Problems, Setting Up More Registration Centres

 

Thailand Addressing Foreign Workers’ Problems, Setting Up More Registration Centres

Click on the link to get more news and video from original source:  http://www.bernama.com.my/bernama/v7/wn/newsworld.php?id=1052033
SAMUTPRAKARN, July 7 (Bernama) — Thailand is addressing its foreign labour issue by setting up more one-stop service centres to register illegal migrant workers in the provinces and establishing close cooperation with its neighbours Cambodia, Myanmar and Laos.Today, it opened a centreinSamutprakarn province and will set up such centres in at least six more major provinces to register illegal migrant workers in order to address the human trafficking problem.Samutprakarn governor,PinitHarnpanit said the centre which opened in the province today expected to register about 1,200 workers daily or about 50,000 illegal migrant workers for the period from today until Aug 5.Speaking at a press conference, he estimated that 30,000 workers from Myanmar, 15,000 from Cambodia and 5,000 from Laos would register during the period.

The registration will enable the workers to have a better quality of life with services such as welfare and other privileges.

The seven provinces chosen as locations for the service centres are major economic areas with several industrial estates and tourist attractions.

Apart from Samutprakarn (located near Bangkok), the other provinces are Chacheong-Sao, Chonburi, Rayong (in eastern part of Thailand), Ayuthaya (central Thailand), and Suratthani and Songkhla (southern Thailand).

Previously, similar centres were set up at four border locations between Thailand and Cambodia, and in Samutsakorn province (central Thailand), which is known for its fishery and frozen food industry.

Thailand has been quick to address the problem of illegal foreign workers in the country after concern was expressed in the US report on Trafficking in Persons recently.

Due to what was perceived as a serious problem, it was downgraded to Tier III in the report, and thus facing possible sanctions by the US that could have an affect on Thailand’s exports.

To show its seriousness in addressing the issue and getting the cooperation of the major sources of those foreign labour, Thailand’s authorities invited top diplomats from Cambodia, Myanmar and Laos to visit the centre in Samutprakarn.

Ambassador Bounkham of Laos, ambassador Eat Sophea of Cambodia and ambassador U Win Maung of Myanmar visited the centre today.

Bounkham praised and thanked the Thai military junta for setting up the centre which undertakes registration in only 45 minutes.

He said the centre could also prevent many problems such as human trafficking and abuse or taking advantage of workers.

Ambassador Eat Sophea said she was confident the centre would prevent labour smuggling as well.

Meanwhile, ambassador U Win Maung called on employers and Myanmar workers to register at the centre for their own interest.

BERNAMA

—————

ดีเอสไอขีดเส้น “จัดระเบียบแรงงานประมง” 21 ก.ค.นี้

 

โดย ทีมข่าวอาชญากรรม 7 กรกฎาคม 2557 18:39 น.

Click on the link to get more news and video from original source:  http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9570000076589

อธิบดีดีเอสไอนัดหารือสมาคมประมงฯ ถกแก้ปัญหาค้ามนุษย์ เน้นค่าแรงแบบถึงตัวไม่ผ่านนายหน้า ป้องกันการเอาเปรียบแรงงาน ขีดเส้นจัดระเบียบให้แล้วเสร็จก่อน 21 ก.ค.นี้.

http://bcove.me/eghx7fvb

สืบเนื่องจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาจัดอันดับ ประเทศที่มีปัญหาเรื่องการค้ามนุษย์โดยปรับลดอันดับให้ประเทศไทย จากระดับ 2 ที่มีการเฝ้าระวังและพยายามแก้ปัญหา มาสู่ระดับที่ 3 ที่มีปัญหาการค้ามนุษย์จริงแต่ไม่สนใจในการแก้ปัญหา

วันนี้ (7 ก.ค.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อเวลา 13.30 น. พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้นัดหารือนายภูเบศ จันทนิมิ ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย สมาคมประมงนอกน่านน้ำไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ที่เกิดจากการใช้แรงงานประมง โดยใช้เวลาในการหารือนานกว่า 2 ชั่วโมง สำหรับประเด็นในการหารือหลักๆ คือ 1. ขอความร่วมมือในการสอดส่องดูแลไม่ให้มีการกระทำเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ในเรือ ประมง 2. ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการนำแรงงานประมงไปจดทะเบียนแรงงานให้ถูกต้อง ตามนโยบายของรัฐบาล 3. ขอความร่วมมือผู้ประกอบการจัดทำบัญชีลูกเรือทั้งคนไทยและต่างด้าวเพื่อ ประโยชน์ในการตรวจสอบควบคุม 4. ขอความร่วมมือให้เจ้าของเรือจ่ายค่าจ้างให้ถูกต้องและครบถ้วน รวมถึงสวัสดิการให้เป็นไปตามหลักมนุษยธรรมแก่แรงงานประมง 5. ขอความร่วมมือเจ้าของเรือผู้ประกอบการในการสับเปลี่ยนแรงงานในเรือประมงที่ ออกไปทำประมงในทะเลเป็นเวลานาน และ 6. รับฟังประเด็นปัญหาเพื่อนำไปแก้ไขและเสนอให้องค์กรที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ต่อไป

อธิบดีดีเอสไอกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยได้ดำเนินการในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังมาโดยตลอด ในทุกมิติ ทั้งการปราบปราม การป้องกัน รวมทั้งแสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศ แต่ในรายงานของสหรัฐอเมริกาได้กล่าวถึงปัญหาแรงงานประมง และแรงงานขัดหนี้เพื่อจ่ายค่าหัวให้แก่นายหน้า (แรงงานขัดหนี้ค่าหัว) เป็นพิเศษ

การหารือในครั้งนี้เพื่อแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ในส่วนของแรงงานประมง ที่เป็นประเด็นปัญหา โดยได้ข้อสรุป คือ 1. แรงงานที่อยู่ในเรือประมงทั้งหมดต้องทำให้เป็นแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย และในการไปทำงานในเรือนั้นต้องมีความเข้าใจในการใช้ชีวิตอยู่ในเรือประมง 2. ให้เรือประมงที่ออกน่านน้ำนานๆ แจ้งการเข้า-ออกเรือ 3. ภายในเรือประมงแต่ละลำจะต้องมีหลักฐาน เช่น สัญญาจ้างต่างๆ ที่ทำระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ซึ่งกระทรวงแรงงานมีรูปแบบอยู่แล้วมีทั้งหมด 3 ภาษา เพื่อให้ลูกเรือรับทราบข้อตกลงในสัญญาค่าจ้างที่ทำร่วมกันว่าทำงานเท่านี้ ได้ค่าตอบแทนเท่าไหร่ จะได้ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ เพื่อลดการใช้นายหน้าจัดหางานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 4. จัดทำบัญชีรายชื่อเจ้าของเรือ นายจ้างและคนงาน ต้องสามารถเช็กได้ว่าถ้ามีเรือแจ้งจะออกก็สามารถตรวจสอบได้ว่าภายในเรือมี ใครบ้าง 5. เอกสารประจำตัวคน อาจจะสำเนาได้ เนื่องจากฉบับจริงเกรงว่าจะเสียหายจากน้ำ แต่สามารถตรวจสอบได้ มีรูป มีข้อมูลที่ชัดเจน และ 6. ช่องทางในการติดต่อสื่อสาร เช่น โทรศัพท์ วิทยุสื่อสาร ในกรณีคนงานที่อยู่ในเรือประสงค์ที่จะขึ้นฝั่งก็สามารถที่จะติดต่อแล้วมี เรือไปรับกลับ

ส่วนเรือทัวร์ หรือเรือที่ไปส่งเสบียงและรับสินค้ากลับ ซึ่งเรือดังกล่าวมีลักษณะเดินเรือในระยะสั้นไป-กลับ ไม่ได้อยู่น่านน้ำนานก็ต้องมีการทำบันทึกเข้า-ออกเรือด้วย เนื่องจากที่ผ่านมามีการขนแรงงานไปในเรือทัวร์ และคนที่ไปกับเรือดังกล่าวมักเป็นแรงงานที่ถูกหลอก

พล.ต.อ.ชัชวาลย์กล่าวอีกว่า เวลานายจ้างจ่ายเงินค่าจ้างจะต้องมีหลักฐานการจ่ายที่ชัดเจน เพื่อป้องกันนายหน้าเอาเปรียบแรงงานจ่ายเงินลูกจ้างไม่ครบ และต่อไปต้องจ่ายเงินค่าแรงแบบถึงตัวไม่ผ่านนายหน้า

อย่างไรก็ตาม การกำกนดกรอบเวลาในการดำเนินการแก้ปัญหาเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการแก้ปัญหาเรื่องระบบแรงงานที่จะใช้เวลาไม่เกิน 60 วัน ในส่วนการจัดแรงงานประมงให้ถูกต้องทั้งหมดกำหนดไว้วันที่ 21 ก.ค.นี้ และเมื่อมีการจัดระบบต่างๆ แล้วทั้งผู้ประกอบการและเจ้าของเรือให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐ หากมีผู้ฝ่าฝืนจะมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อลดปัญหาการค้ามนุษย์ในเรือประมง

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: