Archive for ‘Lao Government Communist’

July 2, 2015

ข้ามเดือนมานี้ลาวเปลี่ยนเจ้าแขวงแล้ว 3 คน การถ่ายเลือดใหม่เริ่มขึ้นอีกระลอก

ข้ามเดือนมานี้ลาวเปลี่ยนเจ้าแขวงแล้ว 3 คน การถ่ายเลือดใหม่เริ่มขึ้นอีกระลอก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

27 มิถุนายน 2558 23:07 น. (แก้ไขล่าสุด 28 มิถุนายน 2558 07:44 น.)

Click on the link to get more news and video from original source: http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9580000072885

ข้ามเดือนมานี้ลาวเปลี่ยนเจ้าแขวงแล้ว 3 คน การถ่ายเลือดใหม่เริ่มขึ้นอีกระลอก

นายพิมมะสอน เลืองคำมา (เน็คไทสีแดง-กลาง) ระหว่างการประชุมใหญ่พรรคแขวง แขวงอุดมไซ ในปลายเดือน เม.ย. นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงตัวเลขาพรรคแขวง/เจ้าแขวง ซึ่งมีการทำพิธีรับมอบหน้าที่อย่างเป็นทางการ ระหว่างคนเก่ากับคนใหม่ เมื่อไม่กี่วันมานี้ “เจ้าแขวง” หรือ ผู้ว่าราชการจังหวัดของลาว เป็นตำแหน่งเทียบเท่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง เพียงข้ามเดือนได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นคนใหม่แล้ว ใน 3 แขวง ขณะที่การประชุมพรรคแขวง ยังคงดำเนินต่อไปทั่วประเทศ. — ภาพ: หนังสือพิมพ์กองทัพประชาชน.

ASTVผู้จัดการออนไลน์ – ในเดือน มิ.ย.เพียงเดือนเดียว ลาวได้เปลี่ยนตัวเจ้าแขวงถึง 3 คน ตั้งแต่แขวงบ่อแก้ว ที่อยู่ติดชายแดน จ.เชียงราย ของไทย จนถึงบอลิคำไซทางด้าน จ.หนองคาย และแขวงหลวงน้ำทา ซึ่งเป็นหน้าด่านเข้าสู่มณฑลหยุนหนันของจีน การเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลอันมีลักษณะเป็นกระบวนการนี้มีขึ้นในขณะที่พรรค ประชาชนปฏิวัติลาว กำลังจะเปิดการประชุมใหญ่ครั้งที่ 10 ขึ้นในต้นปีหน้า และพรรคสาขาต่างๆ เริ่มจัดประชุมเพื่อคัดเลือกผู้แทนไปประชุมในระดับประเทศที่จะมีขึ้น

นี่คือการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลในระดับสูงที่ดำเนินมาอย่างเป็นขั้นตอน เปรียบเป็นการ “ถ่ายเลือด” นำเอาคนรุ่นใหม่เข้าสู่กลไกการบริหารของพรรค และรัฐบาล ซึ่งในอนาคตอันใกล้บุคคลเหล่านี้จะได้เข้าเป็นกรรมการศูนย์กลางพรรค ในคณะกรรมการกลางพรรค อันเป็นหน่วยงานบริหารที่กำหนดนโยบายต่อทิศทางของพรรคทุกๆ 5 ปี ตามแบบฉบับของพรรคคอมมิวนิสต์ กับระบอบการเมืองแบบพรรคเดียวของประเทศ

กระบวนการเปลี่ยนแปลงระลอกใหม่ เริ่มขึ้นด้วยการประกาศแต่งตั้ง นายคำพัน เผยยะวง รองเจ้าแขวง ขึ้นเป็นเจ้าแขวงบ่อแก้ว แทนนายคำหมั่น สูนวิเลิด กรรมการศูนย์กลางพรรคที่ “ไปรับตำแหน่งใหม่ในกระทรวงภายใน” สำนักข่าวสารปะเทดลาวรายงานเรื่องนี้ รวมทั้งการรับมอบตำแหน่งในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน พ.ค. ซึ่ง นายบุนปอน บุดตะนะวง กรรมการกรมการเมือง รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจและการเงิน เป็นประธานในพิธี

การโยกย้าย นายคำหมั่น ที่อยู่ในคณะกรรมการพรรคมานาน 3 สมัย และปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 21 ยังเป็นการส่งสัญญาณว่า อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวเจ้ากระทรวงภายในด้วย ถึงแม้จะยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการในขณะนี้ก็ตาม

ในสัปดาห์ถัดมา การถ่ายเลือดใหม่เกิดขึ้นที่แขวงบอลิคำไซ อีกแห่งหนึ่ง ระหว่างการประชุมใหญ่ของพรรคแขวง ซึ่งที่ประชุมเลือก นายกองแก้ว ไซสงคาม รองเลขาพรรคแขวง ขึ้นเป็นเลขาคณะพรรค และเป็นเจ้าแขวงคนใหม่ แทนนายคำป้าน น้อยมะนี ซึ่งสื่อของท่างการไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆ ว่าถูกย้ายไปประจำตำแหน่งอืนใด ทั้งนี้ นายคำป้าน เพิ่งได้เป็นกรรมการศูนย์กลางพรรคสมัยแรก ในการประชุมใหญ่ครั้งที่ 9 พรรคประชาชนปฏิวัติลาวต้นปี 2554

การประชุมใหญ่ของพรรค ไม่ว่าจะเป็นในระดับชาติ หรือพรรคสาขาในระดับใดก็ตาม ล้วนแต่เป็นเหตุการณ์ที่คึกคัก มีชีวิตชีวายิ่งของชาวคอมมิวนิสต์

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ปะเทดลาว การประชุมพรรคแขวงบอลิคำไซ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.นั้น มี พล.ต.อาซาง ลาวลี กรรมการกรมการเมือง และรองนายกรัฐมนตรี ไปร่วมเป็นเกียรติ มีผู้แทนจากทั่วแขวงเข้าร่วมประชุม 263 คน ในนั้นเป็นผู้แทนสมบูรณ์ 203 คน ซึ่งเป็นตัวแทนของสมาชิกพรรคทั่วแขวง จำนวน 9,627 คน และยังมีผู้แทนจากแขวงใกล้เคียง รวมทั้งจากนครเวียงจันทน์ ไปร่วมสังเกตุการณ์ด้วยเป็นจำนวนมาก

ข้ามเดือนมานี้ลาวเปลี่ยนเจ้าแขวงแล้ว 3 คน การถ่ายเลือดใหม่เริ่มขึ้นอีกระลอก

นายสันติพาบ พมวิหาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการเงิน ไปเป็นรองเจ้าแขวงสะหวันนะเขต เมื่อต้นเดือนนี้ ถึงแม้จะไม่ใช่ระดับเจ้าแขวง แต่ก็ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะนี่คือบุตรชายอีกคนหนึ่งของนายไกสอน พมวิหาน อดีตผู้นำสูงสุด ที่นำการเปลี่ยนแปลงประเทศมาเป็น สปป.ลาว ทุกวันนี้ ซึ่งได้รับแต่งตั้งไปเป็น “เลือดใหม่” ในแขวงบ้านเกิดของบิดา. — ภาพ: หนังสือพิมพ์ปะเทดลาว.

เดือน มิ.ย.กำลังจะผ่านไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงล่าสุดที่แขวงหลวงน้ำทา ที่อยู่เหนือแขวงบ่อแก้วขึ้นไป ซึ่งมีการรับมอบหน้าที่อย่างเป็นทางการ ระหว่างนายพิมมะสอน เลืองคำมา เลขาฯ พรรคแขวง/เจ้าแขวง คนเก่า กับ นายเพ็ดถาวอน พิลาวัน เลขาพรรคแขวง และเจ้าแขวงคนใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นรองเจ้าแขวงคนหนึ่ง นายสมสะหวาด เล่งสะหวัด กรรมการกรมการเมืองและรองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติไปร่วมในพิธี

การเปลี่ยนแปลงผู้นำในระดับแขวง เป็นไปตามมติคณะกรรมการกรมการเมืองพรรค และออกมาเป็น “ดำรัสประธานประเทศ” ซึ่งประธานประเทศเอง เป็นเลขาธิการใหญ่ผู้นำสูงสุดของพรรค และยังเป็นประธานคณะเลขาธิการพรรค อันเป็นองค์คณะที่ดูแลงานประจำวันอีกด้วย

นายพิมมะสอน เป็นกรรมการศูนย์กลางพรรคในอันดับที่ 20 เป็นผู้บริหารสูงสุดของแขวงหลวงน้ำทา มาเป็นเวลากว่า 10 ปี และเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่อยู่ในวงการนำของประเทศมายาวนาน จากเมืองหลวงสู่ต่างแขวง การพ้นจากตำแหน่งครั้งนี้ ดูจะเป็นผลจากการประชุมใหญ่ครั้งที่ 7 ของพรรคแขวง ในช่วงปลายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ที่เชื่อกันว่า “ดร.พิมมะสอน” ได้เกษียณจากทุกตำแหน่งในพรรคและรัฐบาล

ยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ได้รับการความสนใจมากเป็นพิเศษก็คือ ในสัปดาห์แรกของเดือน ได้มีการแต่งตั้ง นายสันติพาบ พมวิหาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการเงิน ไปรับตำแหน่งใหม่เป็นรองเจ้าแขวง ที่แขวงสะหวันนะเขต ซึ่งเป็นแขวงบ้านเกิดของบิดา สำนักข่าวของทางการกล่าวว่า เป็นตำแหน่งรองเจ้าแขวง ที่ตั้งเพิ่มขึ้นใหม่อีก 1 อัตรา และ นี่คือบุตรชายอีกคนหนึ่ง ของนายไกสอน พมวิหาน อดีตผู้นำสูงสุด ผู้นำการเปลี่ยนแปลงประเทศ มาเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทุกวันนี้

สะหวันนะเขต เป็นแขวงใหญ่อันดับ 1 ในด้านเนื้อที่อันกว้างใหญ่ จากริมฝั่งแม่น้ำโขงชายแดนไทย ไปจดชายแดนเวียดนาม และเป็นอันดับ 2 ในด้านจำนวนประชากร เป็นเขตเศรษฐกิจและการลงทุนใหญ่แห่งภาคกลาง อุดมด้วยทรัพยากร มีศักยภาพสูงมากสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศ และยังเป็นแขวงศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งในระดับอนุภูมิภาคอีกด้วย

กระบวนการถ่ายเลือดใหม่สะท้อนออกมาให้เห็นตั้งแต่การจัดตั้งรัฐบาล ชุดใหม่ปี 2554 หลังการประชุมใหญ่พรรค และหลังการเลือกสมาชิกสภาแห่งชาติ (ผู้แทนราษฎร) ทั่วประเทศ ซึ่งนำเอาคนรุ่นใหม่สับเปลี่ยนตำแหน่งกับคนรุ่นก่อนเป็นจำนวนมาก

หลังจากนั้น ลาวยังได้ทำการ “ปรับเล็ก” คณะรัฐมนตรีอีกหลายครั้งในช่วงปีสองปีมานี้ ซึ่งบางครั้งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับแขวง รวมทั้ง 2 แขวงใหญ่ คือ ไซยะบูลี และจำปาสัก ด้วย

ข้ามเดือนมานี้ลาวเปลี่ยนเจ้าแขวงแล้ว 3 คน การถ่ายเลือดใหม่เริ่มขึ้นอีกระลอก

พิธีรับมอบตำแหน่งอย่าง เป็นทางการ ระหว่างนายคำหมั่น สูนวิเลิด (สวมเสื้อสีเข้ม) ที่กลายเป็นอดีต กับนายคำพัน เผยยะวง อดีตรองฯ ที่ได้เป็นเจ้าแขวงคนใหม่ จัดขึ้นปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ที่แขวงบ่อแก้ว ติดเขตแดน จ.เชียงรายของไทย เป็นการเริ่ม “การถ่ายเลือด” ระลอกใหม่ ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวและรัฐบาลแห่ง สปป.ลาว. — ภาพ: หนังสือพิมพ์ลาวพัดทะนา.

     เดือน มี.ค.2557 ดร.เลียน ถิแก้ว จากไซยะบูลี ได้รับแต่งตั้งไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเงิน ต่อมาในเดือน ส.ค. ก็มีการแต่งตั้ง ดร.สอนไซ สีพันดอน บุตรชาย พล.อ.คำไต สีพันดอน อดีตผู้นำสูงสุดของประเทศอีกคนหนึ่ง ไปเป็นรัฐมนตรีหัวหน้าสำนักงานรัฐบาล (สำนักนายกรัฐมนตรี) .. จากต่างจังหวัดเข้าเมืองหลวง ซึ่งโดยทั่วไปถือเป็นการ “ไปดี”

ในคราวเดียวกันนี้ ก็มีการโยกย้าย ดร.นาม วิยะเกต จากสำนักนายกรัฐมนตรีไปเป็น เลขาพรรคแขวง/เจ้าแขวง แขวงอัตตะปือ แทน ดร.คำพัน พมมะทัด ที่ถูกโยกเข้าเมืองหลวง ไปเป็นรัฐมนตรี หัวหน้าห้องว่าการศูนย์กลางพรรค ซึ่งบุคคลหลังนี้ถือเป็นการ “ไปได้ดี” อีกคนหนึ่ง

ดร.นาม เป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ถูกโยกจากเมืองหลวง ไปเป็นผู้บริหารแขวงเล็กๆ ที่มีประชากรทั่วแขวงรวมกันเพียง 110,000 คนเศษ และยังเต็มไปด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้หลายฝ่ายมองว่า “เหมือนเป็นการลงโทษ” โดยอาจลืมไปว่า อัตตะปือ เป็นแขวงบ้านเกิดของ พล.ท.จูมมะลี ไซยะสอน เลขาธิการใหญ่พรรค และประธานประเทศ ซ้ำยังเป็นแขวงที่อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เป็นดินแดนแห่งการลงทุนอุตสาหกรรมการเกษตร และการผลิตกระแสไฟฟ้าส่งออก

นอกจากนั้น ดร.นาม มิใช่ใครอื่น หากเป็นบุตรชาย พล.ท.สมาน วิยะเกต ผู้นำปฏิวัติรุ่นที่ 2 อดีตกรรมการกรมการเมือง ผู้ชี้นำงานแนวคิดและทฤษฎีพรรคประชาชนปฏิวัติลาว

ทั้งหมดนี้เป็นเหตุการณ์ล่าสุดในชีวิตการเมืองของลาว ในขณะที่การประชุมใหญ่ระดับพรรคแขวงทั่วประเทศยังคงดำเนินต่อไป และการประชุมใหญ่ผู้แทนทั่วประเทศครั้งที่ 10 ของพรรค ที่มีขึ้นทุกๆ 5 ปี จะมีขึ้นในอีกไม่นาน.

 

June 27, 2015

Country Reports on Human Rights Practices for 2014 –Lao People’s Democratic Republic

Country Reports on Human Rights Practices for 2014 –Lao People’s Democratic Republic

EXECUTIVE SUMMARY

Click on the link to get more news and video from original source: http://www.state.gov/j/drl/rls/hrrpt/humanrightsreport/index.htm#wrapper

Country Reports on Human Rights Practices for 2014
United States Department of State • Bureau of Democracy, Human Rights and Labor

The Lao People’s Democratic Republic is an authoritarian state ruled by the only party the constitution legitimizes, the Lao People’s Revolutionary Party (LPRP). The most recent National Assembly election, held in 2011, was not free and fair. Authorities maintained effective control over the security forces.

The most significant human rights problems continued to be that the government denied citizens the ability to change their government, conditions in some prisons were harsh, and corruption in the police and judiciary led to a lack of due process and arbitrary arrest and detention.

Other human rights problems continued to include: abuse of prisoners and detainees by some police and security force members; government infringements on freedoms of speech, press, assembly, and association, as well as on the right to privacy; government restrictions on academic freedom; local restrictions on religious freedom; trafficking in persons; societal discrimination based on sexual orientation and against persons with HIV/AIDS; and government restrictions on worker rights.

The government did not take steps to prosecute and punish officials who committed abuses, and police and security force members acted with impunity.

Section 1. Respect for the Integrity of the Person, Including Freedom from:Share

a. Arbitrary or Unlawful Deprivation of Life

There were no credible reports the government or its agents committed arbitrary or unlawful killings, including of insurgents.

There were no developments in the cases of persons allegedly killed by the military or police in previous years.

b. Disappearance

There continued to be no progress reported in the 2012 abduction of Sombath Somphone, a prominent civil society leader and retired founder of a nonprofit training center, by individuals in plainclothes after what appeared to be an orchestrated stop of his vehicle by traffic police in Vientiane. The government denied knowledge of his whereabouts, and its investigation into his disappearance was neither conclusive nor transparent.

c. Torture and Other Cruel, Inhuman, or Degrading Treatment or Punishment

The law prohibits such practices. Police and security force members sometimes abused prisoners.

Authorities occasionally subjected detainees to beatings and long-term solitary confinement in completely dark rooms, and in some cases authorities placed them in leg shackles or wooden leg stocks for long periods. Degrading treatment, the chaining and manacling of prisoners, and solitary confinement in small, unlit rooms were standard punishments in larger prisons, while smaller provincial or district prisons employed manacles and chains to prevent prisoners from escaping.

Prison and Detention Center Conditions

Prison and detention facility conditions varied widely and in some prisons continued to be harsh. There was a separate prison for foreigners.

Physical Conditions: Samkhe Prison in Vientiane, the country’s largest, held approximately 550 male and 150 female prisoners separated by gender in a 12-acre facility built in 1966, according to authorities. Some prisons reportedly held juveniles with adults, although no official or reliable statistics were available on the overall population or gender of prisoners. Cells were apparently crowded. Prisoners had adequate access to potable water. Food rations were minimally adequate. Prisoners reportedly could grow fruits and vegetables to supplement their meals, and some prisons had a sundry shop where prisoners could purchase basic food and toiletries. Some prisons other than Samkhe required inmates to reimburse authorities upon release for the cost of food eaten during incarceration. Prisoners in the larger, state-operated facilities in the capital generally fared better than did those in smaller, provincial prisons.

Although most prisons had some form of clinic, usually with a doctor or nurse on the staff, medical facilities were usually deficient. Prisoners had access only to basic medical care, and treatment for serious ailments was unavailable. For example, in Samkhe Prison there was a clinic with four sick beds and a staff of three for 700 inmates. Prisoners received vaccinations upon arrival; if sick, they had to pay medicine costs. Nongovernmental organizations (NGOs) reported prison officials did not allow charitable organizations to visit prisoners to provide humanitarian assistance, despite earlier permitting this practice. Villagers who lived near the Samkhe Prison confirmed a fire at the prison in October burned down a warehouse, but they reported no fatalities. Villagers believed the fire destroyed prisoners’ stored personal belongings and clothing. Government officials did not confirm the incident or report any injuries. In some facilities prisoners could arrange for treatment in police hospitals, and authorities sent prisoners to these hospitals in emergencies. There was no information available during the year on the prevalence of death in prisons or pretrial detention centers.

Administration: There was no information available regarding the adequacy of recordkeeping on prisoners. In certain cases the government allowed the release of offenders convicted of nonviolent crimes without formally sentencing them to prison.

There were no ombudsmen to serve on behalf of prisoners and detainees. Prison wardens set prison visitation policies. Family members generally could access prisoners and detainees once per month. Prisoners and detainees could follow some religious observances, but authorities did not provide any facilities.

The Ministry of Public Security monitored prison and detention center conditions. Authorities permitted prisoners and detainees to submit complaints to judicial authorities without censorship and to request investigation of credible allegations of inhuman conditions, although there were no reports prisoners, detainees, or their family members made such requests due to fear of exacerbating poor detention conditions. There were also no known investigations of complaints.

Independent Monitoring: The government did not permit regular independent monitoring of prison conditions. At times authorities provided foreign diplomats access to some prisons, but such access was strictly limited.

d. Arbitrary Arrest or Detention

The law prohibits arbitrary arrest and detention, but some government officials did not respect these provisions, and arbitrary arrest and detention persisted.

In 2012 the government detained and moved children and adults deemed to be beggars and homeless from Vientiane streets in an effort to prepare the capital for hosting an international summit meeting. According to the government, authorities returned some homeless individuals to their home villages and moved others into a temporary housing facility in a Vientiane suburb. Authorities sent 21 children to the government-run facility between October 2013 and September. At year’s end 49 persons remained in the facility, 19 of whom were women. The government also arranged with an international NGO to provide emergency shelter and informal education to children removed from city streets. The NGO reported it assisted 1,541 children between January and September and had some children in its shelter at year’s end.

Role of the Police and Security Apparatus

The Ministry of Public Security maintains internal security but shares the function of state control with the Ministry of Defense’s security forces and with the LPRP and the LPRP’s popular front organizations. The Ministry of Public Security includes local, traffic, immigration, and security (including border) police, village police auxiliary, plus other armed police units. The armed forces have domestic security responsibilities, including counter-terrorism and counterinsurgency.

Impunity remained a problem, as did police corruption; there were no statistics available on their extent. The Ministry of Public Security’s Inspection Department maintained complaint boxes throughout most of the country for citizens to deposit written complaints, but usage statistics were also unavailable.

The government continued to cooperate with international organizations to implement a national strategy to strengthen law enforcement and deal with increased drug trafficking and abuse, as well as related crime and police corruption.

Arrest Procedures and Treatment of Detainees

Police and military forces have arrest powers, although normally only police exercised them. The law provides detainees the right to a prompt judicial determination of the legality of their detention. The law also requires authorities to notify detainees of the charges against them and inform next of kin of their detention within 24 hours of arrest, and this generally occurred. Prisoner access to family members was not certain, but officials generally allowed it. There is a bail system, but authorities arbitrarily implemented it. There were procedures for house arrest of detainees, particularly for health reasons, and isolated reports of detainees held under house arrest. There were no reports of prisoners held incommunicado during the year. The law provides detained, arrested, or jailed citizens and foreigners the right to legal representation upon request.

Arbitrary Arrest: Police continued to exercise wide latitude in making arrests, relying on a provision of the law that provides warrants are not necessary to apprehend persons in the act of committing crimes or in urgent cases. Police reportedly sometimes used arrest as a means to intimidate persons or extract bribes.

Pretrial Detention: There is a one-year statutory limit for detention without trial. The length of detention without a pretrial hearing or formal charges is also limited to one year. The Office of the Prosecutor General reportedly made efforts to have authorities bring all prisoners to trial within the one-year limit, but officials occasionally did not meet the requirement. The Prosecutor General’s Office must authorize police to hold a suspect pending investigation. It grants authorization in three-month increments, and police must release a suspect after a maximum of one year if they lack sufficient evidence to bring charges. Authorities at times continued to detain prisoners after they completed their sentences, particularly if prisoners were unable to pay court fines. In some cases officials released prisoners after they agreed to pay fines later.

e. Denial of Fair Public Trial

The law provides for an independent judiciary, but impunity and corruption continued to be problems. Some judges reportedly accepted bribes. There were no cases reported during the year of government or party officials influencing the courts. The National Assembly may remove judges from office for impropriety but did not do so during the year.

– See more at: http://www.state.gov/j/drl/rls/hrrpt/humanrightsreport/index.htm#wrapper

March 6, 2015

Australia: Press Laos to Respect

Australia: Press Laos to Respect Rights

Rights Respond on Sombath Somphone; Set Strong Benchmarks for Reform in Dialogue

March 2, 2015

Click on the link to get more news and video from original source:  http://www.hrw.org/news/2015/03/02/australia-press-laos-respect-rights

“Australia should make sure that this human rights dialogue doesn’t become just an exercise in empty rhetoric. It’s an opportunity to really press the Lao government on sensitive issues and demand meaningful outcomes.” Elaine Pearson, Australia director

(Sydney) – Australia should use its upcoming human rights dialogue with Laos to raise human rights concerns and set concrete benchmarks for reform, Human Rights Watch said today. The dialogue, scheduled to be held in Canberra on March 5, 2015, is a crucial opportunity to push the government of Laos to take real action on rights ahead of Laos chairing the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) in 2016.

In a submission to the Australian government, Human Rights Watch urged officials to raise concerns with their Lao counterparts about the enforced disappearance of prominent civil society leader Sombath Somphone, increased restrictions on freedom of expression and assembly, violations of labor rights, and abusive drug detention centers.

“Australia should make sure that this human rights dialogue doesn’t become just an exercise in empty rhetoric,” said Elaine Pearson, Australia director. “It’s an opportunity to really press the Lao government on sensitive issues and demand meaningful outcomes.”

This is the fourth such dialogue with Laos, and the first one to be held in Australia. Australia committed funding from 2012 to 2015 to support the Lao government’s human rights activities. The Australian government should review all assistance in funding, programming, and activities in Laos to ensure that it is not contributing to policies and programs that violate human rights.

Laos has repeatedly responded with silence or denial to all questions about the enforced disappearance of Sombath Somphone in Vientiane in December 2012. He was last seen on the evening of December 15, 2012, in Vientiane. Lao public surveillance CCTV footage revealed that police stopped Sombath’s car at a police post. Within minutes after being stopped, unknown individuals forced him into another vehicle and drove away. Analysis of the video shows that Sombath Somphone was taken away in the presence of police officers who witnessed the abduction and failed to intervene – a fact that strongly suggests government complicity.

Australia should use this opportunity to press Lao for information about his fate or whereabouts. At the United Nations Human Rights Council review of Laos in Geneva in January 2015, Australia had called for a credible investigation into Sombath Somphone’s enforced disappearance and raised concerns about Internet censorship and shrinking space for civil society on human rights.

Australia should back up its public statements at the Human Rights Council with strong public and private messages at the human rights dialogue. The Lao government has been intensifying its crackdown on freedom of speech, association, and assembly. In September 2014, the government adopted a restrictive Internet decree that sharply limits the types of information that can be shared, effectively expanding government interference and control. Australia should encourage the government of Laos to reform this decree to ensure that it aligns with international standards protecting freedom of speech and expression.

The Lao government violates the right to freedom of association for workers both in law and in practice. All unions must be part of the government-controlled Lao Federation of Trade Unions. Subsequently, all workers are prohibited from establishing or joining a trade union of their choosing. Australia should get a firm commitment from the Lao government to amend the Trade Union Act and the Labor Act to bring them into full compliance with international labor standards.

The Lao government also maintains a system of drug detention centers, where people suspected of using drugs, beggars, homeless people, children, and people with mental illness are held without a court ruling, judicial oversight, or an ability to appeal. Australia should urge Laos to commit to closing all drug detention centers and carry out prompt investigations into allegations of cruel, inhuman, or degrading treatment or punishment in these centers.

“Australia should make its dialogues with Lao worthwhile by issuing public statements of outcomes that set clear benchmarks for improvement,” Pearson said. “If Laos wants Australia’s continuing support on human rights, it needs to answer where Sombath Somphone is, commit to measurable changes, and show signs of genuine reform.”

January 24, 2015

Press Release: CPPA – 10 Point Appeal During Laos, Hmong Review

10 Point Appeal During Laos, Hmong Review

UN Human Rights Council in Geneva Receives 10 Point Appeal During Laos, Hmong Review

For Immediate Release, January 20, 2015,
Washington, D.C., Geneva, Switzerland, and Vientiane, Laos (Original Press Release Date: January 20, 2015)
Center for Public Policy Analysis

The Center for Public Policy Analysis (CPPA) and a coalition of non-governmental organizations, including prominent Lao and Hmong human rights groups, is appealing to the United Nations Human Rights Council in Geneva to sanction and condemn the government of Laos during its pending Universal Periodic Review (UPR) of the country’s human rights practices. The NGOs have released a ten-point (10 point) appeal to the member nations of the United Nations Human Rights Council, which convenes in Geneva on January 20, 2015, to take up the review of Laos’ controversial human rights record.

“Because of the important Universal Periodic Review of Laos’ deplorable and egregious human rights violations by the United Nations in Geneva, a coalition of non-governmental organizations, and Lao and Hmong human rights groups, are appealing to the member nations of the UN’s Human Rights Council to vigorously hold the government of Laos, and its military and communist leaders, fully accountable for a myriad of serious and systemic human rights abuses,” said Philip Smith, Executive Director of the CPPA in Washington, D.C. “Some of the leaders in Laos are clearly guilty of crimes against humanity, up and above their horrific human rights violations.”

“The one-party Marxist government in Laos, which is a de facto military junta run by the Lao People’s Army, continues to systematically engage in enforced disappearances and extrajudicial killings of political and religious dissidents as well as minority peoples, including the ethnic Hmong,” Smith stated. “The Lao government’s ongoing, and intimate, military and diplomatic relationship with North Korea is also deeply troubling and has resulted in the brutal forced repatriation by Laos of North Korean refugees back to the Stalinist regime in Pyongyang that the asylum seekers have fled.”

Smith continued: “We are calling upon the Lao government to immediately provide unfettered, international access to missing civic leader Sombath Somphone and well as prominent Laotian and Hmong political dissidents, including the leaders of the Lao Students’ Movement for Democracy who have been imprisoned for over 15 years after leading peaceful pro-democracy demonstrations in Vientiane in 1999. We are also very concerned about numerous Hmong refugee leaders, forcibly repatriated from Thailand to Laos in recent years, as well as notable opposition leaders, such as Moua Ter Thao, who have disappeared into the Lao prison and gulag system, and who also appear to have been subject to enforced disappearances at the hands of Lao military and security forces.”

“The continued persecution, and extrajudicial killing of Lao and Hmong refugees and asylum seekers in the jungles of Laos, as well as horrific religious freedom violations against Hmong Christian and animist believers, are serious human rights violations that the United Nations in Geneva should hold the Lao government accountable for, and call their leaders forward to address,” said Vaughn Vang, Executive Director of the Lao Human Rights Council, Inc. (LHRC). “The Lao military is still heavily engaged in ethnic cleansing and large-scale illegal logging operations, involving military attacks and starvation of Hmong civilians, driving more and more minority peoples from their ancestral lands, including the Hmong people, who are still being forced from the mountains and the jungles of Laos, where their only option is to flee to Thailand, and other third countries, to seek asylum from persecution and death.”

The following is the text of the ten-point appeal to the United Nations Human Rights Council in Geneva:

We appeal to the member nations of the United Nations Human Rights Council (UNHRC) to vigorously press the Lao government and military on its repeated and deplorable human rights violations. We request that the member nations of the UNHRC hold the authorities in Laos, and the Lao government and military, accountable for their egregious human rights violations, which must be condemned by the international community; and, we further petition Laos to:

1.) Provide immediate and unconditional international access to arrested civic activist Sombath Somphone, and all information related to his arrest and imprisonment;

2.) Provide immediate and unconditional international access to arrested student activist leaders of the Lao Students’ Movement for Democracy who were arrested following peaceful, pro-democracy protests in Vientiane, Laos, in October of 1999;

3.) Provide immediate and unconditional international access to all Lao Hmong refugee camp leaders of the Ban Huay Nam Khao (Huai Nam Khao) refugee camp in Thailand who were forcibly repatriated from Thailand to various camps and sites in Laos, including secret locations, in 2009;

4.) Stop the Lao military’s ongoing attacks against civilians, and illegal logging, especially in highland and minority populated areas; Provide immediate and unconditional access to international human rights monitors and independent journalists, to closed military zones, and military-controlled areas in Laos, where deforestation, illegal logging, military attacks, enforced starvation, and human rights violations continue against vulnerable minority peoples in Laos, including the ethnic Hmong people;

5.) Cease religious persecution of Laotian and Hmong religious believers, including Animists, Christians, Catholics and other faiths, who seek to worship freely, and independent of Lao government monitoring and control;

6.) Cease the forced repatriation of North Korean refugees and asylum seekers who have fled political and religious persecution in North Korea to Laos and Southeast Asia;

7.) Provide immediate and unconditional international access, especially to human rights monitors and attorneys, as well as independent journalists, to various high-profile Hmong-Americans imprisoned, or subject to enforced disappearance, in Laos, including Hakit Yang, of St. Paul, Minnesota, and his colleagues;

8.) Provide immediate and unconditional international access, especially to human rights monitors and attorneys, as well as independent journalists, to the high-profile Hmong opposition and resistance leader Moua Toua Ter recently repatriated from Thailand to Laos in 2014;

9.) Provide immediate and unconditional international access, especially to human rights monitors and attorneys, as well as independent journalists, to the two imprisoned Hmong translators, and alleged Hmong opposition members, who allegedly accompanied European journalist Thierry Falise, French cameraman Vincent Reynaud, and their American translator and guide, Rev. Naw Karl Mua in 2003, during their investigation into the Lao military’s persecution and attacks against the Hmong people, as documented by the Committee to Protect Journalists;

10.) Provide information, the whereabouts, and the fate of the accused Ban Vang Tao ( Vang Tao /Chong Mek border crossing point) alleged resistance and opposition leaders, and their alleged accomplices, reportedly involved in the July 2000 cross border attack on a Lao government customs post; International access should be granted to these individuals who were forcibly repatriated from Thailand to Laos prior to their trial, and court proceedings, in Thailand, as documented by the United Nations High Commissioner for Refugees (UNHCR); We are concerned about credible reports that these Lao citizens have been subjected to enforced disappearance, torture and extrajudicial killing by the Lao government; We request that the Lao government provide immediate and unconditional international access by human rights attorneys and international journalists to the accused Laotians who were unfairly denied a court trial in Thailand on the Ban Vang Tao case, since there is no independent judiciary or independent news media in Laos.

The ten-point appeal to the United Nations Human Rights Council in Geneva was issued by the CPPA, LHRC, United League for Democracy in Laos, Inc., Lao Students’ Movement for Democracy, Laos Institute for Democracy, Lao Hmong Students Association, Hmong Advance, Inc., Hmong Advancement, Inc., Lao Veterans of America, Inc., and others.

ENDS

Contact:

Jade Her or Philip Smith

Center for Public Policy Analysis (CPPA)

info@centerforpublicpolicyanalysis.org

http://www.centerforpublicpolicyanalysis.org

Tele. (202) 543-1444

2020 Pennsylvania Ave., NW

Washington, DC 20006, USA

January 24, 2015

Luxury Home Building by Lao Leaders Raises Eyebrows Among Citizens

Luxury Home Building by Lao Leaders Raises Eyebrows Among Citizens

2015-1-23

Click on the link to get more news and video from original source:http://www.rfa.org/english/news/laos/politicians-build-luxury-homes-01232015162351.html

Lao PDR Leader 02

Some top Lao politicians are building high-priced, luxury homes in the impoverished one-party communist country, raising questions among citizens about where the money is coming from, sources inside the country said.

Lao President Choummaly Sayasone is the latest top-level politician to build a pricey house and garden at a time when some low-level state employees and teachers are not paid their salaries on a regular basis.

Lao PDR Leader 01Choummaly’s house in Thatluang village of Saysetha district in the capital Vientiane includes a 5 billion kip (U.S. $615,000) garden, a source with knowledge of the matter who did not want to be identified told RFA’s Laos Service, although he could not provide the price of the president’s house.

The building’s contractor, Phonesack Group Co. Ltd., hired Choey Studio Co. Ltd. to design and construct the garden, the source said.

The Phonesack Group has a good relationship with Choummaly’s family, he said, and is involved in logging, mining and other development projects in Laos.

Somsavath Lengsavath, the deputy prime minister, also has built a house which cost 20 billion kip (U.S. $2.5 million) in Nongniang village of Saysetha district.

The luxury homes have prompted Vientiane residents to question how and where the politicians are getting money from to spend on expensive construction and landscaping.

According to the World Bank, per capita annual income in Laos, a nation of 6.9 million people, was $1,450 in 2013.

“Can leaders answer my question about how much money they have after they combine all their salaries, allowances and bonuses?” asked one Vientiane resident, who declined to be named. “And how and where do they get the money to build the houses?”

Another Vientiane resident told RFA: “All of them build houses costing billions of kip. Where do they get the money from and why? Because they sell their signatures? This is a selling-signature time.”

Corruption problem

Many leaders in the Lao government, military and communist party engage in corruption and spend the proceeds on expensive homes and other luxury items, although corruption is a criminal act punishable by fine and/or imprisonment.

Top government officials in particular have been linked to the flourishing illegal timber trade between the country and neighboring Vietnam, according to sources who cite unofficial crossings along the border as conduits for the illicit activity.

Mining companies operating in provinces in southern Laos have claimed that some national leaders have pressured enforcement officials not to take action against the smuggling activity.

Corruption among high-level officials in Laos has been going on for years, if not decades.

AttapeuStiltHouse

Bouasone Bouphavanh, who was prime minister of the country from 2006 to 2010, called for a crackdown on corruption and luxurious living among government officials, according to media reports at the time.

He complained in a 2007 address to the Lao National Assembly, or parliament, that corruption and luxury were rife among government officials in the country.

Low-level bureaucrats, such as police officers and administrative workers, engage in corruption as well, using their authority to extract bribes from citizens.

Corruption in Laos is so widespread that it has deterred foreign investors, created problems with the country’s ability to enforce business contracts and regulation, and left many ordinary citizens impoverished.

In 2014, Lao ranked 145 out of 175 countries on corruption in the nongovernmental organization Transparency International’s corruption perception index, which scores nations on how corrupt their public sectors are seen to be.

Reported by RFA’s Lao Service. Written in English by Roseanne Gerin.

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 130 other followers

%d bloggers like this: