Archive for ‘Lao PDR’

July 2, 2015

ข้ามเดือนมานี้ลาวเปลี่ยนเจ้าแขวงแล้ว 3 คน การถ่ายเลือดใหม่เริ่มขึ้นอีกระลอก

ข้ามเดือนมานี้ลาวเปลี่ยนเจ้าแขวงแล้ว 3 คน การถ่ายเลือดใหม่เริ่มขึ้นอีกระลอก

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

27 มิถุนายน 2558 23:07 น. (แก้ไขล่าสุด 28 มิถุนายน 2558 07:44 น.)

Click on the link to get more news and video from original source: http://manager.co.th/IndoChina/ViewNews.aspx?NewsID=9580000072885

ข้ามเดือนมานี้ลาวเปลี่ยนเจ้าแขวงแล้ว 3 คน การถ่ายเลือดใหม่เริ่มขึ้นอีกระลอก

นายพิมมะสอน เลืองคำมา (เน็คไทสีแดง-กลาง) ระหว่างการประชุมใหญ่พรรคแขวง แขวงอุดมไซ ในปลายเดือน เม.ย. นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงตัวเลขาพรรคแขวง/เจ้าแขวง ซึ่งมีการทำพิธีรับมอบหน้าที่อย่างเป็นทางการ ระหว่างคนเก่ากับคนใหม่ เมื่อไม่กี่วันมานี้ “เจ้าแขวง” หรือ ผู้ว่าราชการจังหวัดของลาว เป็นตำแหน่งเทียบเท่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง เพียงข้ามเดือนได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นคนใหม่แล้ว ใน 3 แขวง ขณะที่การประชุมพรรคแขวง ยังคงดำเนินต่อไปทั่วประเทศ. — ภาพ: หนังสือพิมพ์กองทัพประชาชน.

ASTVผู้จัดการออนไลน์ – ในเดือน มิ.ย.เพียงเดือนเดียว ลาวได้เปลี่ยนตัวเจ้าแขวงถึง 3 คน ตั้งแต่แขวงบ่อแก้ว ที่อยู่ติดชายแดน จ.เชียงราย ของไทย จนถึงบอลิคำไซทางด้าน จ.หนองคาย และแขวงหลวงน้ำทา ซึ่งเป็นหน้าด่านเข้าสู่มณฑลหยุนหนันของจีน การเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลอันมีลักษณะเป็นกระบวนการนี้มีขึ้นในขณะที่พรรค ประชาชนปฏิวัติลาว กำลังจะเปิดการประชุมใหญ่ครั้งที่ 10 ขึ้นในต้นปีหน้า และพรรคสาขาต่างๆ เริ่มจัดประชุมเพื่อคัดเลือกผู้แทนไปประชุมในระดับประเทศที่จะมีขึ้น

นี่คือการเปลี่ยนแปลงตัวบุคคลในระดับสูงที่ดำเนินมาอย่างเป็นขั้นตอน เปรียบเป็นการ “ถ่ายเลือด” นำเอาคนรุ่นใหม่เข้าสู่กลไกการบริหารของพรรค และรัฐบาล ซึ่งในอนาคตอันใกล้บุคคลเหล่านี้จะได้เข้าเป็นกรรมการศูนย์กลางพรรค ในคณะกรรมการกลางพรรค อันเป็นหน่วยงานบริหารที่กำหนดนโยบายต่อทิศทางของพรรคทุกๆ 5 ปี ตามแบบฉบับของพรรคคอมมิวนิสต์ กับระบอบการเมืองแบบพรรคเดียวของประเทศ

กระบวนการเปลี่ยนแปลงระลอกใหม่ เริ่มขึ้นด้วยการประกาศแต่งตั้ง นายคำพัน เผยยะวง รองเจ้าแขวง ขึ้นเป็นเจ้าแขวงบ่อแก้ว แทนนายคำหมั่น สูนวิเลิด กรรมการศูนย์กลางพรรคที่ “ไปรับตำแหน่งใหม่ในกระทรวงภายใน” สำนักข่าวสารปะเทดลาวรายงานเรื่องนี้ รวมทั้งการรับมอบตำแหน่งในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน พ.ค. ซึ่ง นายบุนปอน บุดตะนะวง กรรมการกรมการเมือง รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจและการเงิน เป็นประธานในพิธี

การโยกย้าย นายคำหมั่น ที่อยู่ในคณะกรรมการพรรคมานาน 3 สมัย และปัจจุบันอยู่ในอันดับที่ 21 ยังเป็นการส่งสัญญาณว่า อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวเจ้ากระทรวงภายในด้วย ถึงแม้จะยังไม่มีรายงานอย่างเป็นทางการในขณะนี้ก็ตาม

ในสัปดาห์ถัดมา การถ่ายเลือดใหม่เกิดขึ้นที่แขวงบอลิคำไซ อีกแห่งหนึ่ง ระหว่างการประชุมใหญ่ของพรรคแขวง ซึ่งที่ประชุมเลือก นายกองแก้ว ไซสงคาม รองเลขาพรรคแขวง ขึ้นเป็นเลขาคณะพรรค และเป็นเจ้าแขวงคนใหม่ แทนนายคำป้าน น้อยมะนี ซึ่งสื่อของท่างการไม่ได้ให้ข้อมูลใดๆ ว่าถูกย้ายไปประจำตำแหน่งอืนใด ทั้งนี้ นายคำป้าน เพิ่งได้เป็นกรรมการศูนย์กลางพรรคสมัยแรก ในการประชุมใหญ่ครั้งที่ 9 พรรคประชาชนปฏิวัติลาวต้นปี 2554

การประชุมใหญ่ของพรรค ไม่ว่าจะเป็นในระดับชาติ หรือพรรคสาขาในระดับใดก็ตาม ล้วนแต่เป็นเหตุการณ์ที่คึกคัก มีชีวิตชีวายิ่งของชาวคอมมิวนิสต์

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ปะเทดลาว การประชุมพรรคแขวงบอลิคำไซ เมื่อวันที่ 8 มิ.ย.นั้น มี พล.ต.อาซาง ลาวลี กรรมการกรมการเมือง และรองนายกรัฐมนตรี ไปร่วมเป็นเกียรติ มีผู้แทนจากทั่วแขวงเข้าร่วมประชุม 263 คน ในนั้นเป็นผู้แทนสมบูรณ์ 203 คน ซึ่งเป็นตัวแทนของสมาชิกพรรคทั่วแขวง จำนวน 9,627 คน และยังมีผู้แทนจากแขวงใกล้เคียง รวมทั้งจากนครเวียงจันทน์ ไปร่วมสังเกตุการณ์ด้วยเป็นจำนวนมาก

ข้ามเดือนมานี้ลาวเปลี่ยนเจ้าแขวงแล้ว 3 คน การถ่ายเลือดใหม่เริ่มขึ้นอีกระลอก

นายสันติพาบ พมวิหาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการเงิน ไปเป็นรองเจ้าแขวงสะหวันนะเขต เมื่อต้นเดือนนี้ ถึงแม้จะไม่ใช่ระดับเจ้าแขวง แต่ก็ได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะนี่คือบุตรชายอีกคนหนึ่งของนายไกสอน พมวิหาน อดีตผู้นำสูงสุด ที่นำการเปลี่ยนแปลงประเทศมาเป็น สปป.ลาว ทุกวันนี้ ซึ่งได้รับแต่งตั้งไปเป็น “เลือดใหม่” ในแขวงบ้านเกิดของบิดา. — ภาพ: หนังสือพิมพ์ปะเทดลาว.

เดือน มิ.ย.กำลังจะผ่านไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงล่าสุดที่แขวงหลวงน้ำทา ที่อยู่เหนือแขวงบ่อแก้วขึ้นไป ซึ่งมีการรับมอบหน้าที่อย่างเป็นทางการ ระหว่างนายพิมมะสอน เลืองคำมา เลขาฯ พรรคแขวง/เจ้าแขวง คนเก่า กับ นายเพ็ดถาวอน พิลาวัน เลขาพรรคแขวง และเจ้าแขวงคนใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นรองเจ้าแขวงคนหนึ่ง นายสมสะหวาด เล่งสะหวัด กรรมการกรมการเมืองและรองนายกรัฐมนตรี ให้เกียรติไปร่วมในพิธี

การเปลี่ยนแปลงผู้นำในระดับแขวง เป็นไปตามมติคณะกรรมการกรมการเมืองพรรค และออกมาเป็น “ดำรัสประธานประเทศ” ซึ่งประธานประเทศเอง เป็นเลขาธิการใหญ่ผู้นำสูงสุดของพรรค และยังเป็นประธานคณะเลขาธิการพรรค อันเป็นองค์คณะที่ดูแลงานประจำวันอีกด้วย

นายพิมมะสอน เป็นกรรมการศูนย์กลางพรรคในอันดับที่ 20 เป็นผู้บริหารสูงสุดของแขวงหลวงน้ำทา มาเป็นเวลากว่า 10 ปี และเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่อยู่ในวงการนำของประเทศมายาวนาน จากเมืองหลวงสู่ต่างแขวง การพ้นจากตำแหน่งครั้งนี้ ดูจะเป็นผลจากการประชุมใหญ่ครั้งที่ 7 ของพรรคแขวง ในช่วงปลายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ที่เชื่อกันว่า “ดร.พิมมะสอน” ได้เกษียณจากทุกตำแหน่งในพรรคและรัฐบาล

ยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่งที่ได้รับการความสนใจมากเป็นพิเศษก็คือ ในสัปดาห์แรกของเดือน ได้มีการแต่งตั้ง นายสันติพาบ พมวิหาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการเงิน ไปรับตำแหน่งใหม่เป็นรองเจ้าแขวง ที่แขวงสะหวันนะเขต ซึ่งเป็นแขวงบ้านเกิดของบิดา สำนักข่าวของทางการกล่าวว่า เป็นตำแหน่งรองเจ้าแขวง ที่ตั้งเพิ่มขึ้นใหม่อีก 1 อัตรา และ นี่คือบุตรชายอีกคนหนึ่ง ของนายไกสอน พมวิหาน อดีตผู้นำสูงสุด ผู้นำการเปลี่ยนแปลงประเทศ มาเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ทุกวันนี้

สะหวันนะเขต เป็นแขวงใหญ่อันดับ 1 ในด้านเนื้อที่อันกว้างใหญ่ จากริมฝั่งแม่น้ำโขงชายแดนไทย ไปจดชายแดนเวียดนาม และเป็นอันดับ 2 ในด้านจำนวนประชากร เป็นเขตเศรษฐกิจและการลงทุนใหญ่แห่งภาคกลาง อุดมด้วยทรัพยากร มีศักยภาพสูงมากสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของประเทศ และยังเป็นแขวงศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งในระดับอนุภูมิภาคอีกด้วย

กระบวนการถ่ายเลือดใหม่สะท้อนออกมาให้เห็นตั้งแต่การจัดตั้งรัฐบาล ชุดใหม่ปี 2554 หลังการประชุมใหญ่พรรค และหลังการเลือกสมาชิกสภาแห่งชาติ (ผู้แทนราษฎร) ทั่วประเทศ ซึ่งนำเอาคนรุ่นใหม่สับเปลี่ยนตำแหน่งกับคนรุ่นก่อนเป็นจำนวนมาก

หลังจากนั้น ลาวยังได้ทำการ “ปรับเล็ก” คณะรัฐมนตรีอีกหลายครั้งในช่วงปีสองปีมานี้ ซึ่งบางครั้งส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับแขวง รวมทั้ง 2 แขวงใหญ่ คือ ไซยะบูลี และจำปาสัก ด้วย

ข้ามเดือนมานี้ลาวเปลี่ยนเจ้าแขวงแล้ว 3 คน การถ่ายเลือดใหม่เริ่มขึ้นอีกระลอก

พิธีรับมอบตำแหน่งอย่าง เป็นทางการ ระหว่างนายคำหมั่น สูนวิเลิด (สวมเสื้อสีเข้ม) ที่กลายเป็นอดีต กับนายคำพัน เผยยะวง อดีตรองฯ ที่ได้เป็นเจ้าแขวงคนใหม่ จัดขึ้นปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ที่แขวงบ่อแก้ว ติดเขตแดน จ.เชียงรายของไทย เป็นการเริ่ม “การถ่ายเลือด” ระลอกใหม่ ของพรรคประชาชนปฏิวัติลาวและรัฐบาลแห่ง สปป.ลาว. — ภาพ: หนังสือพิมพ์ลาวพัดทะนา.

     เดือน มี.ค.2557 ดร.เลียน ถิแก้ว จากไซยะบูลี ได้รับแต่งตั้งไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการเงิน ต่อมาในเดือน ส.ค. ก็มีการแต่งตั้ง ดร.สอนไซ สีพันดอน บุตรชาย พล.อ.คำไต สีพันดอน อดีตผู้นำสูงสุดของประเทศอีกคนหนึ่ง ไปเป็นรัฐมนตรีหัวหน้าสำนักงานรัฐบาล (สำนักนายกรัฐมนตรี) .. จากต่างจังหวัดเข้าเมืองหลวง ซึ่งโดยทั่วไปถือเป็นการ “ไปดี”

ในคราวเดียวกันนี้ ก็มีการโยกย้าย ดร.นาม วิยะเกต จากสำนักนายกรัฐมนตรีไปเป็น เลขาพรรคแขวง/เจ้าแขวง แขวงอัตตะปือ แทน ดร.คำพัน พมมะทัด ที่ถูกโยกเข้าเมืองหลวง ไปเป็นรัฐมนตรี หัวหน้าห้องว่าการศูนย์กลางพรรค ซึ่งบุคคลหลังนี้ถือเป็นการ “ไปได้ดี” อีกคนหนึ่ง

ดร.นาม เป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ถูกโยกจากเมืองหลวง ไปเป็นผู้บริหารแขวงเล็กๆ ที่มีประชากรทั่วแขวงรวมกันเพียง 110,000 คนเศษ และยังเต็มไปด้วยกลุ่มชาติพันธุ์ ทำให้หลายฝ่ายมองว่า “เหมือนเป็นการลงโทษ” โดยอาจลืมไปว่า อัตตะปือ เป็นแขวงบ้านเกิดของ พล.ท.จูมมะลี ไซยะสอน เลขาธิการใหญ่พรรค และประธานประเทศ ซ้ำยังเป็นแขวงที่อุดมด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เป็นดินแดนแห่งการลงทุนอุตสาหกรรมการเกษตร และการผลิตกระแสไฟฟ้าส่งออก

นอกจากนั้น ดร.นาม มิใช่ใครอื่น หากเป็นบุตรชาย พล.ท.สมาน วิยะเกต ผู้นำปฏิวัติรุ่นที่ 2 อดีตกรรมการกรมการเมือง ผู้ชี้นำงานแนวคิดและทฤษฎีพรรคประชาชนปฏิวัติลาว

ทั้งหมดนี้เป็นเหตุการณ์ล่าสุดในชีวิตการเมืองของลาว ในขณะที่การประชุมใหญ่ระดับพรรคแขวงทั่วประเทศยังคงดำเนินต่อไป และการประชุมใหญ่ผู้แทนทั่วประเทศครั้งที่ 10 ของพรรค ที่มีขึ้นทุกๆ 5 ปี จะมีขึ้นในอีกไม่นาน.

 

June 27, 2015

Country Reports on Human Rights Practices for 2014 –Lao People’s Democratic Republic

Country Reports on Human Rights Practices for 2014 –Lao People’s Democratic Republic

EXECUTIVE SUMMARY

Click on the link to get more news and video from original source: http://www.state.gov/j/drl/rls/hrrpt/humanrightsreport/index.htm#wrapper

Country Reports on Human Rights Practices for 2014
United States Department of State • Bureau of Democracy, Human Rights and Labor

The Lao People’s Democratic Republic is an authoritarian state ruled by the only party the constitution legitimizes, the Lao People’s Revolutionary Party (LPRP). The most recent National Assembly election, held in 2011, was not free and fair. Authorities maintained effective control over the security forces.

The most significant human rights problems continued to be that the government denied citizens the ability to change their government, conditions in some prisons were harsh, and corruption in the police and judiciary led to a lack of due process and arbitrary arrest and detention.

Other human rights problems continued to include: abuse of prisoners and detainees by some police and security force members; government infringements on freedoms of speech, press, assembly, and association, as well as on the right to privacy; government restrictions on academic freedom; local restrictions on religious freedom; trafficking in persons; societal discrimination based on sexual orientation and against persons with HIV/AIDS; and government restrictions on worker rights.

The government did not take steps to prosecute and punish officials who committed abuses, and police and security force members acted with impunity.

Section 1. Respect for the Integrity of the Person, Including Freedom from:Share

a. Arbitrary or Unlawful Deprivation of Life

There were no credible reports the government or its agents committed arbitrary or unlawful killings, including of insurgents.

There were no developments in the cases of persons allegedly killed by the military or police in previous years.

b. Disappearance

There continued to be no progress reported in the 2012 abduction of Sombath Somphone, a prominent civil society leader and retired founder of a nonprofit training center, by individuals in plainclothes after what appeared to be an orchestrated stop of his vehicle by traffic police in Vientiane. The government denied knowledge of his whereabouts, and its investigation into his disappearance was neither conclusive nor transparent.

c. Torture and Other Cruel, Inhuman, or Degrading Treatment or Punishment

The law prohibits such practices. Police and security force members sometimes abused prisoners.

Authorities occasionally subjected detainees to beatings and long-term solitary confinement in completely dark rooms, and in some cases authorities placed them in leg shackles or wooden leg stocks for long periods. Degrading treatment, the chaining and manacling of prisoners, and solitary confinement in small, unlit rooms were standard punishments in larger prisons, while smaller provincial or district prisons employed manacles and chains to prevent prisoners from escaping.

Prison and Detention Center Conditions

Prison and detention facility conditions varied widely and in some prisons continued to be harsh. There was a separate prison for foreigners.

Physical Conditions: Samkhe Prison in Vientiane, the country’s largest, held approximately 550 male and 150 female prisoners separated by gender in a 12-acre facility built in 1966, according to authorities. Some prisons reportedly held juveniles with adults, although no official or reliable statistics were available on the overall population or gender of prisoners. Cells were apparently crowded. Prisoners had adequate access to potable water. Food rations were minimally adequate. Prisoners reportedly could grow fruits and vegetables to supplement their meals, and some prisons had a sundry shop where prisoners could purchase basic food and toiletries. Some prisons other than Samkhe required inmates to reimburse authorities upon release for the cost of food eaten during incarceration. Prisoners in the larger, state-operated facilities in the capital generally fared better than did those in smaller, provincial prisons.

Although most prisons had some form of clinic, usually with a doctor or nurse on the staff, medical facilities were usually deficient. Prisoners had access only to basic medical care, and treatment for serious ailments was unavailable. For example, in Samkhe Prison there was a clinic with four sick beds and a staff of three for 700 inmates. Prisoners received vaccinations upon arrival; if sick, they had to pay medicine costs. Nongovernmental organizations (NGOs) reported prison officials did not allow charitable organizations to visit prisoners to provide humanitarian assistance, despite earlier permitting this practice. Villagers who lived near the Samkhe Prison confirmed a fire at the prison in October burned down a warehouse, but they reported no fatalities. Villagers believed the fire destroyed prisoners’ stored personal belongings and clothing. Government officials did not confirm the incident or report any injuries. In some facilities prisoners could arrange for treatment in police hospitals, and authorities sent prisoners to these hospitals in emergencies. There was no information available during the year on the prevalence of death in prisons or pretrial detention centers.

Administration: There was no information available regarding the adequacy of recordkeeping on prisoners. In certain cases the government allowed the release of offenders convicted of nonviolent crimes without formally sentencing them to prison.

There were no ombudsmen to serve on behalf of prisoners and detainees. Prison wardens set prison visitation policies. Family members generally could access prisoners and detainees once per month. Prisoners and detainees could follow some religious observances, but authorities did not provide any facilities.

The Ministry of Public Security monitored prison and detention center conditions. Authorities permitted prisoners and detainees to submit complaints to judicial authorities without censorship and to request investigation of credible allegations of inhuman conditions, although there were no reports prisoners, detainees, or their family members made such requests due to fear of exacerbating poor detention conditions. There were also no known investigations of complaints.

Independent Monitoring: The government did not permit regular independent monitoring of prison conditions. At times authorities provided foreign diplomats access to some prisons, but such access was strictly limited.

d. Arbitrary Arrest or Detention

The law prohibits arbitrary arrest and detention, but some government officials did not respect these provisions, and arbitrary arrest and detention persisted.

In 2012 the government detained and moved children and adults deemed to be beggars and homeless from Vientiane streets in an effort to prepare the capital for hosting an international summit meeting. According to the government, authorities returned some homeless individuals to their home villages and moved others into a temporary housing facility in a Vientiane suburb. Authorities sent 21 children to the government-run facility between October 2013 and September. At year’s end 49 persons remained in the facility, 19 of whom were women. The government also arranged with an international NGO to provide emergency shelter and informal education to children removed from city streets. The NGO reported it assisted 1,541 children between January and September and had some children in its shelter at year’s end.

Role of the Police and Security Apparatus

The Ministry of Public Security maintains internal security but shares the function of state control with the Ministry of Defense’s security forces and with the LPRP and the LPRP’s popular front organizations. The Ministry of Public Security includes local, traffic, immigration, and security (including border) police, village police auxiliary, plus other armed police units. The armed forces have domestic security responsibilities, including counter-terrorism and counterinsurgency.

Impunity remained a problem, as did police corruption; there were no statistics available on their extent. The Ministry of Public Security’s Inspection Department maintained complaint boxes throughout most of the country for citizens to deposit written complaints, but usage statistics were also unavailable.

The government continued to cooperate with international organizations to implement a national strategy to strengthen law enforcement and deal with increased drug trafficking and abuse, as well as related crime and police corruption.

Arrest Procedures and Treatment of Detainees

Police and military forces have arrest powers, although normally only police exercised them. The law provides detainees the right to a prompt judicial determination of the legality of their detention. The law also requires authorities to notify detainees of the charges against them and inform next of kin of their detention within 24 hours of arrest, and this generally occurred. Prisoner access to family members was not certain, but officials generally allowed it. There is a bail system, but authorities arbitrarily implemented it. There were procedures for house arrest of detainees, particularly for health reasons, and isolated reports of detainees held under house arrest. There were no reports of prisoners held incommunicado during the year. The law provides detained, arrested, or jailed citizens and foreigners the right to legal representation upon request.

Arbitrary Arrest: Police continued to exercise wide latitude in making arrests, relying on a provision of the law that provides warrants are not necessary to apprehend persons in the act of committing crimes or in urgent cases. Police reportedly sometimes used arrest as a means to intimidate persons or extract bribes.

Pretrial Detention: There is a one-year statutory limit for detention without trial. The length of detention without a pretrial hearing or formal charges is also limited to one year. The Office of the Prosecutor General reportedly made efforts to have authorities bring all prisoners to trial within the one-year limit, but officials occasionally did not meet the requirement. The Prosecutor General’s Office must authorize police to hold a suspect pending investigation. It grants authorization in three-month increments, and police must release a suspect after a maximum of one year if they lack sufficient evidence to bring charges. Authorities at times continued to detain prisoners after they completed their sentences, particularly if prisoners were unable to pay court fines. In some cases officials released prisoners after they agreed to pay fines later.

e. Denial of Fair Public Trial

The law provides for an independent judiciary, but impunity and corruption continued to be problems. Some judges reportedly accepted bribes. There were no cases reported during the year of government or party officials influencing the courts. The National Assembly may remove judges from office for impropriety but did not do so during the year.

– See more at: http://www.state.gov/j/drl/rls/hrrpt/humanrightsreport/index.htm#wrapper

June 2, 2015

Canadian’s mysterious death at Laos airport has victim’s family searching for answers

Canadian’s mysterious death at Laos airport has victim’s family searching for answers

April 22, 2015

‘Sin City’ wildlife raids a start but what about the long-term?

‘Sin City’ wildlife raids a start but what about the long-term?

Click on the link to get more news and video from original source: http://eia-international.org/sin-city-wildlife-raids-a-start-but-what-about-the-long-term

10th April, 2015

On March 31, 2015 the Vientiane Times reported that four restaurants at Laos’ Golden Triangle Special Economic Zone (GT SEZ) had been shut down and illegal wildlife products confiscated and burnt, following the release of EIA’s Sin City report.

Subsequent accounts suggest it was a multi-agency response and, on the face of it, it was a welcome and encouraging first step from the Laotian authorities. The remain questions, however, as to the impact and scope of the effort and what is planned in the long-term.

For example, why would the authorities burn the evidence they presumably need for prosecutions? It’s not clear if they have filed any charges and are planning to take anyone to court.

It wasn’t just restaurants that were raided; footage from Laos TV shows authorities in the Golden Triangle Treasure Hall gift shop where two stuffed tigers, seven tiger skins, one leopard skin and vast quantities of ivory had been documented by EIA and partner Education for Vietnam (ENV). Yet it’s not clear if the ivory, stuffed tigers and other illegal wildlife products from this shop were destroyed as well.

Likewise, it’s not apparent from the stills and video footage available whether the tiger skeletons from the vats of wine in restaurants and retail outlets in the GT SEZ Chinatown were also destroyed.

Burning wildlife contraband at the GT SEZ, screengrab via Laos National TV

Burning wildlife contraband at the GT SEZ, screengrab via Laos National TVContrary to the assertion in the Vientiane Times that local people had supplied the wildlife that was confiscated and burned, the stuffed tigers had come from China and six of the seven tiger skins had been trafficked from Mong La in Myanmar, with the source of those tigers possibly India, Thailand and Malaysia.

As a Party to the UN Convention on International Trade in Endangered Species (CITES), Laos should have taken action to help determine the source of the tiger parts before destroying them. In July 2014, the 65th Meeting of the CITES Standing Committee adopted a recommendation requesting Parties making seizures of tiger skins to take photographs of the stripe patterns (an identifying feature as unique as fingerprints) and share them with countries maintaining stripe-pattern profile databases of wild tigers, such as India. In this way, efforts can be made to determine origin and shed further light on the transnational criminal networks involved. It is not clear if the authorities in Laos implemented this action, or if DNA samples were taken of the tiger, ivory and other wildlife products before they were burnt.

It is also not clear if the Laos authorities are investigating associations between the Chinese business individuals engaged in illegal wildlife trade at the GT SEZ and their contacts in China and Myanmar, or whether any financial investigations are under way to help map those connections.

Officials seal a business in the raid on the GT SEZ, screengrab via Laos National TV

Crucially, there have been no reports on what is happening to the live bears and tigers at the GT SEZ, or what action is being taken to end tiger farming – again, consistent with Laos’ commitments under CITES. It was clear from our engagement with the live animal enclosure manager that the intention is to expand its operations to industrial-scale production of tiger bone wine. There was no mention in the media as to what action, if any, Laos is taking to prevent this. Officials seal a business in the raid on the GT SEZ, screengrab via Laos National TV

Laos is currently subject to CITES trade suspensions for failing to submit an adequate National Ivory Action Plan and the recent law enforcement action may be a sign of a willingness to act when under the spotlight.

But what we would like to see is tangible evidence of an intelligence-led enforcement response, an effort to investigate the individuals involved in the trafficking of tigers and other wildlife into the GT SEZ and a proactive response to end tiger farming. We look forward to working with relevant national and intergovernmental agencies to encourage a meaningful response in Laos.

EIA recognises that Laos cannot do this alone and, accordingly, Sin City sends a clear message to the Government of China over its responsibility to investigate the roles of Chinese nationals and businesses associated with illegal wildlife trade at the GT SEZ.

So far, our appeal to China to act has been met with silence.

Debbie Banks
Head of Tigers Campaign

View all our content on: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

April 13, 2015

Lao New Year

 Lao New Year.

Press Statement
John Kerry
Secretary of State
Washington, DC
April 10, 2015

Click on the link to get more news and video from original source:  http://www.state.gov/secretary/remarks/2015/04/240572.htm#

On behalf of President Obama and the people of the United States of America, I am honored to wish the people of the Lao People’s Democratic Republic peace and prosperity on the occasion of the Lao New Year.

The start of a new year is a time to celebrate all we have accomplished and look ahead with hope for the future. I was delighted that the United States had the opportunity to join the Government of Laos in co-hosting the Extraordinary Meeting of the Friends of the Lower Mekong in Pakse this past February. The coming year will be an important one for Laos, and I hope it brings joy to Lao people around the world.

The United States values its important friendship with Laos. May the New Year bring us closer together.

Tags:
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 129 other followers

%d bloggers like this: